สารบัญ

Al-Quran

เลือกซูเราะห์

114 ซูเราะห์

Surah 013

อัรเราะอฺดุ 

บท ฟ้าลั่น

Medinan·43 Ayahs
Font2.75rem
13:1

อะลิฟ ลาม มีม รอ คำเช่นนี้ได้อธิบายไว้แล้วในเบื้องต้นของซูเราะฮฺ อัล บะเกาะเราะฮฺ บรรดาโองการอันสูงส่งต่างๆ ที่มีอยู่ในซูเราะฮฺนี้และอัลกุรอ่านที่อัลลอฮฺประทานให้กับเจ้า โอ้ท่านเราะซูล มันเป็นสัจธรรมที่ไม่มีข้อสงสัยใดๆ และแน่นอนมันมาจากอัลลอฮฺ แต่มนุษย์ส่วนมากนั้นไม่ศรัทธาต่อมันเพราะความดื้อ รั้นและหยิ่งยโส

สร้างภาพ
ﭿ13:2

อัลลอฮฺคือผู้ทรงสร้างชั้นฟ้าทั้งหลายในสภาพถูกยกให้สูงโดยปราศจากการค้ำจุนใดๆ ดังที่พวกเจ้าได้เห็นมัน จากนั้นพระองค์ได้สถิตย์อยู่บนบัลลังก์ซึ่งเป็นการสถิตย์ที่คู่ควรเหมาะสมกับพระองค์โดยไม่อธิบายหรือถามถึงรูปลักษณ์และไม่มีการเปรียบเสมือน(กับสิ่งถูกสร้าง) พระองค์ได้ให้ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์เป็นประโยชน์กับทุกสรรพสิ่ง ทั้งดวงอาทิตย์และดวงจันทร์โครจรตามวาระที่ได้กำหนดไว้แล้ว ณ ที่อัลลอฮฺ พระองค์ทรงบริหารกิจการในชั้นฟ้าและแผ่นดินตามที่พระองค์ทรงประสงค์ พระองค์ทรงชี้แจงสัญญาณต่างๆ ที่บ่งบอกถึงความสามารถของพระองค์เพื่อให้พวกเจ้าได้เชื่อมั่นในการพบพระเจ้าของพวกเจ้าในวันกิยามะฮฺ เพื่อพวกเจ้าจะได้เตรียมพร้อมด้วยการปฏิบัติคุณงามความดี

สร้างภาพ
13:3

พระองค์คือผู้ทรงแผ่แผ่นดินและปักภูเขาให้มั่นคงเพื่อมิให้เกิดแผ่นดินไหวและทรงให้มีแม่น้ำในแผ่นดินเพื่อเป็นประโยชน์แก่คน สัตว์และพืชไม้ต่างๆ และจากพืชผลทุกชนิดนั้น พระองค์ทรงให้มันมีจำนวนคู่ดังเช่นตัวผู้และตัวเมียที่มีอยู่ในสัตว์ พระองค์ทรงให้กลางคืนครอบคลุมกลางวันจนกลายเป็นความมืดหลังจากที่เคยสว่าง แท้จริงที่กล่าวมานั้นย่อมเป็นสัญญาณหลักฐานสำหรับหมู่ชนที่คิดใคร่ครวญการสร้างของอัลลอฮ์ พวกเขาเหล่านั้นแหละคือหมู่ชนที่รับประโยชน์จากสัญญาณหลักฐานดังกล่าว

สร้างภาพ
13:4

และในแผ่นดินมีเขตแดนติดต่อใกล้เคียงกัน มีสวนองุ่น พืชผล และอินทผลัมทั้งที่มาจากหน่อเดียวกันและต่างกัน สวนและพืชผลเหล่านี้ได้รับแหล่งน้ำเดียวกัน และเราได้ให้รสชาติและประโยชน์ของบางชนิดดีกว่าอีกบางชนิด ทั้งๆ ที่อยู่ใกล้เคียงกันและได้รับแหล่งน้ำเดียวกัน แท้จริงที่กล่าวมานั้นย่อมเป็นสัญญาณหลักฐานสำหรับหมู่ชนที่ใช้สติปัญญา เพราะพวกเขาคือหมู่ชนที่ได้รับบทเรียนจากเรื่องดังกล่าว

สร้างภาพ
13:5

หากเจ้า (โอ้ท่านเราะสูล) ประหลาดใจกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง สิ่งที่เจ้าน่าจะประหลาดใจกว่าคือการปฏิเสธวันฟื้นคืนชีพของพวกเขาต่างหาก และคำกล่าวของพวกเขาที่เป็นการยืนยันถึงการปฎิเสธต่อวันฟื้นคืนชีพนั้นคือคำที่ว่า "เมื่อเราตายกลายเป็นผุยผงกระดูกผุเปื่อย เราจะกลับมามีชีวิตใหม่กระนั้นหรือ?! บรรดาผู้ปฏิเสธวันฟื้นคืนชีพหลังความตายเหล่านั้นคือผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาต่อพระผู้อภิบาลของพวกเขา ด้วยเหตุนี้พวกเขาปฏิเสธความสามารถของพระองค์อัลลอฮฺในการฟื้นคืนชีพผู้ตาย พวกเขาเหล่านั้นจะถูกโซ่ตรวนจากไฟนรกล่ามอยู่บนต้นคอของพวกเขาในวันกิยามะฮฺ และพวกเขาคือชาวนรกและอยู่ในนั้นตลอดกาล พวกเขาจะไม่สูญสลายและการลงโทษก็จะไม่ถูกตัดขาดออกไปจากพวกเขา

สร้างภาพ
13:6

และบรรดามุชริกีนผู้ตั้งภาคีได้เร่งเร้าเจ้า(โอ้ท่านเราะสูล) ขอการลงโทษ (ที่เจ้าได้กล่าวเตือนพวกเขา) ซึ่งพวกเขารู้สึกว่ามันช้า ก่อนที่ความโปรดปรานที่อัลลอฮฺกำหนดให้พวกเขาจะสมบูรณ์ แท้จริงได้มีการลงโทษมากมายหลายตัวอย่างเกิดขึ้นกับประชาชาติผู้ปฏิเสธศรัทธาก่อนหน้าพวกเขาแล้ว แต่ทำไม่พวกเขาไม่คิดที่จะเอามาเป็นบทเรียนจากบทลงโทษเหล่านั้น?! และแท้จริงพระเจ้าของเจ้า โอ้ท่านเราะสูล เป็นผู้ทรงอภัยโทษแก่มนุษย์ที่อธรรมโดยพระองค์ไม่รีบลงโทษพวกเขาเพื่อให้พวกเขาได้เตาบะฮฺกลับเนื้อกลับตัวไปสู่พระองค์ และแท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงอำนาจยิ่งในการลงโทษบรรดาผู้ยืนกรานในการปฏิเสธศรัทธา หากพวกเขาไม่เตาบะฮฺกลับเนื้อกลับตัว

สร้างภาพ
13:7

บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮฺกล่าว (แบบผินหลังไม่ยอมรับความจริงและดื้อดึง) ว่า "ทำไมไม่มีปาฏิหาริย์จากพระเจ้าของเขาประทานลงมาให้แก่มุฮัมมัดดังที่มันถูกประทานลงมาให้แก่มูซาและอีซา? และที่จริงเจ้า โอ้ท่านเราะสูล เป็นเพียงผู้ตักเตือนให้มนุษย์กลัวการลงโทษของอัลลอฮฺเท่านั้น เจ้าไม่มีปาฏิหาริย์ใดๆ นอกจากสิ่งที่อัลลอฮฺประทานให้กับเจ้า และสำหรับทุกๆ หมู่ชนนั้นจะมีนบีคอยชี้แนะสู่แนวทางสัจธรรม

สร้างภาพ
ﭿ13:8

อัลลอฮฺทรงรอบรู้ทุกสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนอุ้มครรภ์ ทรงรอบรู้สิ่งที่เกิดขึ้นภายในมดลูกว่าจะคลอดก่อนกำหนดหรือเกินกำหนด จะมีสุขภาพดีหรือไม่ดี และทุกๆ สิ่ง ณ ที่พระองค์นั้นได้ถูกกำหนดด้วยกำหนดการที่แน่นอน มันจะไม่เกินและจะไม่ลดจากที่ได้กำหนดไว้

สร้างภาพ
13:9

เพราะพระองค์นั้นทรงรอบรู้ทุกสิ่งที่ไม่สามารถรับรู้และสามารถรับรู้ด้วยประสาทสัมผัสของมนุษย์ได้ พระองค์ทรงยิ่งใหญ่ในด้านคุณลักษณะ พระนามและการกระทำของพระองค์ พระองค์ทรงสูงส่งยิ่งเหนือทุกสรรพสิ่งด้วยตัวตนของพระองค์และคุณลักษณะของพระองค์

สร้างภาพ
13:10

พระองค์ผู้ทรงรอบรู้ความลับที่ปกปิด ดังนั้น โอ้มนุษย์เอ๋ย ผู้ที่ปกปิดคำพูดและเปิดเผยมันในหมู่พวกเจ้าจะเท่าเทียมกันหมดในความรู้ของพระองค์ และเช่นกันผู้ที่ซ่อนการกระทำจากสายตาผู้คนในเวลากลางคืนและผู้ที่เปิดเผยมันในเวลากลางวันที่แจ่มแจ้ง

สร้างภาพ
13:11

และสำหรับพระองค์นั้นจะมีมลาอิกะฮฺสับเปลี่ยนเวรกันคอยเฝ้าติดตามมนุษย์ บางท่านจะมาในเวลากลางคืนและบางท่านจะมาในเวลากลางวัน เพื่อดูแลรักษามนุษย์จากการลิขิตที่อัลลอฮฺได้ทรงอนุญาตให้พวกเขาสกัดกั้นมันได้ด้วยคำบัญชาของอัลลอฮฺ บรรดามลาอิกะฮฺจะบันทึกคำพูดและการกระทำของเขา แท้จริงพระองค์จะมิทรงเปลี่ยนแปลงสภาพความดีของชนกลุ่มหนึ่งไปสู่สภาพอื่นที่ทำให้พวกเขาไม่พอใจ จนกว่าพวกเขาจะเปลี่ยนแปลงสภาพของพวกเขาเองจากสภาพการสำนึกในความโปรดปรานของอัลลอฮฺสู่การเนรคุณต่อความโปรดปรานของพระองค์ และเมื่ออัลลอฮฺทรงประสงค์ความหายนะให้กับกลุ่มชนหนึ่งก็จะไม่มีผู้ใดมาต้านทานความประสงค์ของพระองค์ได้ และไม่มีสำหรับพวกเจ้า โอ้มนุษย์ทั้งหลายเอ๋ย ผู้ที่จะช่วยเหลือกิจการของพวกเจ้านอกจากอัลลอฮฺเท่านั้น ดังนั้นพวกเจ้าจงอาศัยพระองค์ในการปกป้องภัยต่างๆที่เกิดขึ้นกับพวกเจ้า

สร้างภาพ
13:12

พระองค์คือผู้ทรงให้พวกเจ้า โอ้มนุษย์ทั้งหลาย เห็นฟ้าแลบ เพื่อให้พวกเจ้ากลัวฟ้าผ่าและหวังที่จะมีฝนตก และพระองค์ทรงให้เกิดเมฆทึบที่เต็มไปด้วยน้ำฝน

สร้างภาพ
ﯿ13:13

และฟ้าลั่นจะสดุดีพระเจ้าของมันพร้อมด้วยการสรรเสริญที่บริสุทธิ์แด่พระองค์ และบรรดามลาอิกะฮ์ก็สดุดีพระเจ้าของพวกเขาเนื่องจากเกรงกลัวและให้เกียรติพระองค์ และพระองค์ทรงให้ฟ้าผ่าลงมาเป็นไฟที่ลุกไหม้ประสบกับสรรพสิ่งต่าง ๆ ที่พระองค์ทรงประสงค์ แล้วมันก็จะทำให้สิ่งนั้นเสียหายและพินาศไป โดยที่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธายังคงโต้เถียงกันในเรื่องเอกภาพของอัลลอฮ์ และอัลลอฮ์ทรงมีพลังอำนาจยิ่ง ดังนั้นพระองค์จะทำตามที่พระองค์ทรงประสงค์

สร้างภาพ
13:14

การเรียกร้องเชิญชวนสู่เอกภาพ(เตาฮีด)มีไว้สำหรับอัลลอฮฺผู้เดียวเท่านั้น ไม่มีผู้ใดมาร่วมภาคีกับพระองค์ เจว็ดต่างๆ ที่บรรดามุชริกีนผู้ตั้งภาคีวิงวอนขออื่นจากอัลลอฮฺนั้น จะไม่มีการตอบสนองใดๆต่อคำวิงวอนเหล่านั้น การวิงวอนของพวกเขาที่มีต่อเจว็ดนั้นไม่ใช่อื่นใดนอกจากเหมือนกับผู้กระหายน้ำที่แบมือทั้งสองรับน้ำเพื่อให้มันไหลเข้าสู่ปากของเขาเพื่อที่จะดื่มและมันจะไม่ไหลถึงปากของเขาแน่นอน และการวิงวอนของบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาที่มีต่อเจว็ดของพวกเขานั้นก็เช่นกัน มันไม่ใช่อื่นใดนอกจากเป็นการหลงและห่างไกลจากความถูกต้อง เพราะรูปเจว็ดเหล่านั้นไม่สามารถให้ประโยชน์และไม่สามารถให้โทษได้

สร้างภาพ
13:15

และทุกสิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินต่างก็น้อมตัวสุญูดต่ออัลลอฮฺเพียงพระองค์เดียว ทั้งผู้ศรัทธาและผู้ปฏิเสธศรัทธาจะเหมือนกันหมด เว้นแต่ผู้ศรัทธานั้นจะน้อมตัวสุญูดด้วยความภักดี ส่วนผู้ปฏิเสธศรัทธานั้นจะน้อมตัวสุญูดด้วยความจำยอมโดยที่สัญชาตญาณของเขาต้องการสุญูดด้วยความภักดี และเงาของทุกสรรพสิ่งจะสุญุดต่อพระองค์ทั้งยามเช้าและยามเย็น

สร้างภาพ
ﭿ13:16

โอ้ท่านเราะสูล จงกล่าวแก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาที่กราบไหว้สิ่งอื่นพร้อมกับอัลลอฮ์เถิดว่า "ใครคือผู้สร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินและเป็นผู้บริหารกิจการทั้งสอง? จงกล่าวเถิดโอ้เราะสูล ว่า "อัลลอฮ์คือผู้สร้างมันทั้งสองและเป็นผู้บริหารกิจการของมันทั้งสองโดยที่พวกท่านยอมรับในเรื่องดังกล่าวอยู่แล้ว" โอ้ท่านเราะสูล จงกล่าวแก่พวกเขาอีกว่า "พวกท่านได้ยึดเอาบรรดาผู้คุ้มครองที่ไร้ความสามารถอื่นจากอัลลอฮ์กระนั้นหรือ พวกเขาไม่สามารถให้คุณและป้องกันโทษให้กับตัวเองได้ แล้วสิ่งเหล่านั้นจะสามารถให้กับคนอื่นได้อย่างไร?!" โอ้ท่านเราะสูล จงกล่าวแก่พวกเขาอีกว่า "ผู้ปฏิเสธศรัทธาที่หัวใจมืดบอดกับผู้ศรัทธาที่ได้รับทางนำจะเท่าเทียมกันหรือ? หรือการปฏิเสธศรัทธาที่เป็นความมืดมนจะเท่าเทียมกับการศรัทธาที่เป็นแสงสว่าง? หรือพวกเขาได้ตั้งสิ่งที่เป็นภาคีต่ออัลลอฮ์สามารถสร้างเหมือนกับการสร้างของอัลลอฮ์กระนั้นหรือ?ً แล้วพวกเขาก็สับสนระหว่างสิ่งที่อัลลอฮ์สร้างกับสิ่งที่เหล่าภาคีของพวกเขาสร้าง โอ้ท่านเราะสูล จงกล่าวแก่พวกเขาอีกว่า "อัลลอฮ์เพียงพระองค์เดียวเท่านั้นที่สร้างทุกสิ่งทุกอย่างโดยไม่มีภาคีใด ๆ สำหรับพระองค์ อัลลอฮ์พระองค์เดียวที่เป็นพระเจ้าที่สมควรได้รับการเคารพอิบาดะฮ์ พระองค์ผู้ทรงอานุภาพ"

สร้างภาพ
13:17

อัลลอฮ์ได้ยกตัวอย่างเปรียบเทียบให้เห็นว่าความเท็จจะมลายหายไปและสัจธรรมยังคงอยู่ เสมือนกับน้ำฝนที่ลงมาจากฟากฟ้าจนทำให้ลำน้ำต่าง ๆ ไหลตามปริมาณของมันเล็กหรือใหญ่ แล้วกระแสน้ำก็ได้พัดพาเอาฟองลอยอยู่เหนือน้ำ และพระองค์ได้ทรงเปรียบเทียบความเท็จและสัจธรรมขึ้นมาอีก 1 ตัวอย่าง ซึ่งได้เปรียบเทียบกับบางสิ่งที่เป็นแร่ธาตุอันมีค่าต่าง ๆ ที่มนุษย์หลอมในไฟเพื่อให้มันละลายและทำเป็นเครื่องประดับ ด้วยทั้งสองตัวอย่างนี้อัลลอฮ์ได้เปรียบเทียบกับสัจธรรมและความเท็จ ซึ่งความเท็จนั้นเปรียบเสมือนฟองที่ลอยอยู่เหนือน้ำและสนิมที่ออกมาจากการละลายของแร่ธาตุ ส่วนสัจธรรมนั้นเปรียบเสมือนน้ำบริสุทธิ์ที่ใช้ดื่ม ให้พืชผลทุ่งหญ้างอกเงย และแร่ธาตุที่หลงเหลือหลังจากที่มันละลาย ซึ่งมนุษย์สามารถใช้ประโยชน์จากมันได้ ดังที่อัลลอฮ์ได้เปรียบเทียบสองตัวอย่างนี้พระองค์ได้เปรียบเทียบอีกหลาย ๆ ตัวอย่างให้กับมนุษย์เพื่อให้สัจธรรมปรากฏชัดเหนือความเท็จ

สร้างภาพ
ﯿ13:18

บรรดาผู้ศรัทธาที่ตอบรับคำเรียกร้องเชิญชวนของพระเจ้าของเขาสู่การให้เอกภาพ(เตาฮีด)และเชื่อฟังพระองค์จะได้รับผลตอบแทนที่ดียิ่ง นั้นคือสรวงสวรรค์ ส่วนบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาที่ไม่ตอบรับคำเรียกร้องเชิญชวนของพระองค์สู่การให้เอกภาพและเชื่อฟังพระองค์ หากพวกเขามีทรัพย์สินที่หลากหลายชนิดอยู่ในแผ่นดินและมีเช่นนั้นอีกเท่าตัว แน่นอนพวกเขาจะทุ่มทั้งหมดที่มีนั้นมาไถ่ตัวของพวกเขาเพื่อให้หลุดพ้นจากการลงโทษ ชนเหล่านนั้นที่ไม่ตอบรับคำเรียกร้องเชิญชวนของพระองค์จะถูกคิดบัญชีความชั่วทั้งหมด และที่พำนักของพวกเขาคือนรกญะฮันนัม มันคือที่พำนักที่ชั่วช้ายิ่ง นั้นคือไฟนรก

สร้างภาพ
13:19

ผู้ที่รู้ว่าสิ่งที่อัลลอฮฺประทานลงมาให้กับเจ้า (โอ้ท่านเราะซูล) นั้นเป็นสัจธรรมที่ไม่มีข้อสงสัยใดๆ ซึ่งเขาคือผู้ศรัทธาที่ตอบรับคำเชิญชวนของอัลลอฮฺ จะไม่เหมือนกับผู้ที่ตาบอด ซึ่งเขาคือผู้ปฏิเสธศรัทธาที่ไม่ตอบรับคำเชิญชวนของอัลลอฮฺ แท้จริงผู้มีสติปัญญาดีเท่านั้นที่คิดไตร่ตรองและได้รับบทเรียนจากเรื่องดังกล่าว

สร้างภาพ
13:20

(คุณลักษณะของ)บรรดาผู้ที่ตอบรับคำเชิญชวนของอัลลอฮฺคือ ผู้ที่ปฏิบัติสิ่งที่ได้สัญญาไว้กับอัลลอฮฺและกับบ่าวของพระองค์อย่างครบถ้วน และไม่ละเมิดสัญญาอันมั่นคงกับอัลลอฮฺหรือผู้อื่น

สร้างภาพ
End · Surah 13