Al-Quran
เลือกซูเราะห์
Surah 017
อัลอิสรออ์
บท การเดินทางยามราตรี
อัลลอฮฺทรงมหาบริสุทธิ์ ผู้ทรงยิ่งใหญ่ เนื่องด้วยอำนาจของพระองค์ทรงเหนืออำนาจใดๆ ดังนั้นพระองค์คือผู้ทรงนำบ่าวของพระองค์นบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ทั้งกายและวิญญาณของเขาในสภาพที่รู้สึกตัว ในช่วงหนึ่งของกลางคืน จากมัสยิดอัลหะรอมไปยังมัสยิดบัยตุลมักดิส (มัสยิดอัลอักซอ) ซึ่งเป็นมัสยิดที่พระองค์ได้ทำให้บริเวณรอบมันได้เกิดความจำเริญ ด้วยพืชผล ผักผลไม้ต่างๆ นานา และเหล่าบ้านเรือนของบรรดานบีที่ล่วงลับไป(ขอพระองค์ทรงเมตตาทุกท่าน) เพื่อให้เขาได้เห็นถึงสัญญาณต่างๆที่แสดงถึงเดชานุภาพของอัลลอฮ์ (ผู้ทรงมหาบริสุทธิ์ยิ่ง) แท้จริง พระองค์คือผู้ทรงได้ยินดังนั้นไม่มีเสียงใดจะเล็ดลอดจากพระองค์ได้ ผู้ทรงเห็นดังนั้นไม่มีสิ่งใดแอบซ่อนไปจากพระองค์ได้เช่นกัน
และเราได้มอบคัมภีร์เตารอฮ์แก่มูซา อะลัยฮิสสลาม และเราได้ทำให้มันเป็นแนวทางและเป็นคู่มือแก่วงศ์วานของอิสรออีล และกล่าวแก่วงศ์วานของอิสรออีลว่า "อย่าได้ยึดผู้ใดอื่นจากข้า เป็นผู้คุ้มครองที่พวกเจ้ามอบหมายกิจการต่างๆของพวกเจ้า แต่จงมอบหมายทุกอย่างแด่ข้าเพียงผู้เดียว"
พวกเจ้าคือลูกหลานวงศ์วานของบรรดาผู้ที่เราได้โปรดปรานด้วยการให้รอดปลอดภัยพร้อมกับนบีนูหฺจากการจมน้ำเมื่อครั้นน้ำท่วมใหญ่ ฉะนั้นจงรำลึกและจงขอบคุณในความโปรดปรานของอัลลอฮ์ ด้วยการเคารพสักการะและเชื่อฟังพระองค์เท่านั้น และจงขอบคุณต่อพระองค์อย่างที่นบีนูหฺเป็นแบบอย่าง เพราะแท้จริงเขาเป็นบ่าวที่กตัญญูรู้คุณต่ออัลลอฮฺเป็นอย่างมาก
และเราได้แจ้งแก่ชนชาติอิสรออีลและบอกกับพวกเขาในคัมภีร์เตารอฮ์ว่า พวกเขาจะก่อความเสียหายบนหน้าแผ่นดินอย่างแน่นอน โดยการกระทำความชั่วและยโสโอหังถึงสองครั้งด้วยกัน และแน่นอนพวกเขาจะลุกขึ้นมีอำนาจเหนือผู้อื่น ด้วยความอยุติธรรมและการกดขี่ผู้คนอย่างไร้ขีดจำกัด
เมื่อความวิบัติครั้งที่หนึ่งได้เกิดขึ้นจากน้ำมือของพวกเขา เราได้ส่งบรรดาบ่าวของเราผู้มีอำนาจเข้มแข็ง รูปร่างที่แข็งแกร่ง ได้เข่นฆ่าและขับไล่พวกเขา ดังนั้นบรรดาบ่าวของเราจึงได้บุกเข้าไปยังทุกส่วนในบ้านเมืองของพวกเขาพร้อมทำลายทุกอย่างที่พวกเขาได้เดินผ่าน และคำสัญญาของอัลลอฮ์เกี่ยวกับเหตุการณ์นี้จะต้องเป็นจริงอย่างแน่นอน
แล้วหลังจากนั้นเราได้ให้โอกาสแก่พวกเจ้า -โอ้วงศ์วานอิสรออีลเอ๋ย- ได้กลับมามีบ้านเมืองและมีอำนาจเหนือพวกที่ได้ยึดอำนาจจากพวกเจ้า หลังจากที่พวกเจ้าได้เตาบะฮ์(กลับเนื้อกลับใจ)ต่ออัลลอฮ์ และเราได้ให้พวกเจ้ากลับมามีทรัพย์สินหลังจากที่ถูกยึดไป และมีบุตรหลานหลังจากที่ได้ตกเป็นเชลยศึก และเราได้ทำให้พวกเจ้ามีกองกำลังเหนือศัตรูของพวกเจ้า
หากพวกเจ้า-โอ้วงศ์วานของอิสรออีลเอ๋ย- ได้กระทำความดี และได้ทำความดีบนครรลองที่ได้บัญญัติไว้ ดังนั้นผลของความดีนั้นก็จะกลับมาหาพวกเจ้าเอง และสำหรับอัลลอฮนั้นไม่จำเป็นต้องพึ่งการงานใดๆของพวกเจ้าเลย และหากพวกเจ้ากระทำความชั่ว ดังนั้นการลงโทษสำหรับสิ่งนั้นก็จะเกิดกับพวกเจ้าเช่นกัน ดังนั้นสำหรับพระองค์แล้วไม่ได้ประโยชน์ใดๆจากความดีของพวกเจ้าและไม่ได้เกิดผลกระทบใดๆจากการละเมิดของพวกเจ้า และเมื่อได้มีการสร้างความเสียหายเกิดขึ้นเป็นครั้งที่สอง เราจะทำให้ศัตรูของพวกเจ้ามีอำนาจเหนือพวกเจ้าเพื่อทำให้ความระทมทุกข์ได้ปรากฎบนใบหน้าของพวกเจ้า เนื่องจากพวกเขาจะทำทุกอย่างให้พวกเจ้าได้ลิ้มลองถึงรสชาติแห่งความตกต่ำ และเพื่อเข้าไปในวิหารแห่งเยรูซาเล็มและทำลายมันเหมือนครั้งที่พวกเขาได้เข้าไปและทำลายมันในครั้งแรก และเพื่อทำลายสิ่งที่พวกเขาได้ยึดมาจากแผ่นดินนั้นอย่างหมดสิ้น
หวังว่าพระผู้อภิบาลของพวกเจ้า -โอ้วงศ์วานของอิสรออีลเอ๋ย- จะทรงเมตตาแก่พวกเจ้า หลังจากการลงโทษที่รุ่นแรงนี้ หากพวกเจ้าได้กลับใจต่อพระองค์ และพวกเจ้าได้กระทำคุณงามความดีและหากพวกเจ้ากลับมาก่อกวนเป็นครั้งที่สามหรืออีกกี่ครั้งก็ตาม เราก็จะกลับมาลงโทษพวกเจ้าอีกเช่นกัน และเราได้ทำให้นรกญะฮันนัม เป็นที่คุมขังและเป็นที่พำนักสำหรับบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์และพวกเขาจะไม่สามารถปลดปล่อยตัวเองจากมันได้
แท้จริง คัมภีร์อัลกุรอานที่ถูกประทานลงมายังมูฮัมหมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัม นั้น จะชี้แนะถึงแนวทางที่ดีที่สุด มันก็คือแนวทางแห่งอิสลามนั่นเอง และ(เป็นคำภีร์ที่)ที่จะแจ้งข่าวดีแก่บรรดาผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮ์ที่ประกอบคุณงามความดีทั้งหลายในสิ่งที่จะทำให้พวกเขาพอใจ คือพวกเขาจะได้รับรางวัลอันยิ่งใหญ่จากอัลลอฮ์นั่นเอง
และ(นอกจากนั้นคำภีร์อัลกุรอาน) ยังแจ้ง(ข่าวร้าย) แก่บรรดาผู้ที่ไม่ศรัทธาต่อวันกิยามะฮ์ด้วยสิ่งที่พวกเขาไม่พอใจ คือเราได้เตรียมการลงโทษอันเจ็บปวดให้กับพวกเขาในวันกิยามะฮ์
และมนุษย์ มักจะวิงวอนขอเพื่อความชั่วร้ายต่อตนเอง ต่อลูกๆและทรัพย์สินของตนเอง เมื่อพวกเขาโกรธ เพราะความไม่รู้ของพวกเขา เสมือนการวิงวอนขอต่อตัวเองเพื่อความดี ซึ่งถ้าหากว่าเราได้ตอบรับคำวิงวอนของพวกเขาเพื่อความชั่วร้ายนั้น แน่นอนพวกเขา ลูกๆและทรัพย์สินของพวกเขาก็จะพินาศ และมนุษย์นั้นมีธรรมชาติที่ชอบรีบร้อน จึงมักจะรีบร้อนที่จะทำบางสิ่งที่อาจเป็นอันตรายต่อตัวเอง
และเราได้สร้างกลางวันและกลางคืน เพื่อเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความเป็นเอกภาพและเดชานุภาพของอัลลอฮ์ เพราะในทั้งสองเวลานั้นมีความต่างกันทั้งในเรื่องเวลาที่สั้นกับยาว หรืออากาศที่ต่างกันร้อนกับหนาว ดังนั้นเราจึงกำหนดให้กลางคืนมืดมิด เพื่อให้มนุษย์ได้นอนหลับผักผ่อน และเราได้กำหนดให้กลางวันสว่างไสว เพื่อให้มนุษย์ได้มองเห็นและแสวงหาปัจจัยยังชีพ ทั้งนี้การสลับหมุนเวียนกันของกลางวันกับกลางคืนนั้น ก็เพื่อให้พวกเจ้าได้รู้ถึงจำนวนปี และสิ่งจำเป็นต่าง ๆ เช่นการคำนวณเวลาของแต่ละเดือน เวลาของแต่ละวันและเวลาของแต่ละชั่วโมง และทุกสิ่งนั้นเราได้อธิบายอย่างชัดเจนถี่ถ้วนแล้ว เพื่อสามารถจำแนกสิ่งต่าง ๆ ได้และเพื่อให้สามารถแยกแยะและให้เกิดความกระจ่างระหว่างความถูกต้องจากสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
และมนุษย์ทุกคน เราจะให้การงานของพวกเขาติดกับตัวของพวกเขาเหมือนกับการติดของสร้อยคอที่แขวนไว้ที่คอ ไม่สามารถถอดมันออกไปได้จนกว่าจะถูกสอบสวน และในวันปรโลกเราจะนำบันทึกที่มีทุกๆการงานทั้งดีและชั่วของพวกเขา ซึ่งพวกเขาจะพบบันทึกนั้นมาเปิดกางไว้ต่อหน้าพวกเขา
และเราจะกล่าวแก่พวกเขาในวันนั้นว่า "โอ้มนุษย์เอ๋ย เจ้าจงอ่านสมุดบันทึกของเจ้าเถิด และจงพิพากษาตนเองในการงานที่ตนเองได้ทำ ซึ่งในวันปรโลกนั้นเพียงพอแล้วที่เจ้าจะเป็นผู้ชำระบัญชีต่อตัวเอง"
ใครก็ตามที่ได้รับแนวทางแห่งการศรัทธาที่ถูกต้องเขาจะได้รับผลดีกลับไปสู่ตัวเขาเอง และใครก็ตามที่หลงทางออกไปเขาจะถูกลงโทษอันเนื่องมาจากความผิดพลาดของเขาเองเช่นกัน และไม่มีผู้ใดที่จะมาแบกเบาภาระ(บาป)แทนผู้อื่นได้ และพระองค์มิอาจลงโทษกลุ่มชนใดกลุ่มชนหนึ่งจนกว่าพระองค์จะมีหลักฐานเหนื่อพวกเขา โดยการส่งบรรดาศาสนทูตของพระองค์ไปยังพวกเขาเสียก่อน
และเมื่อเราต้องการทำให้หมู่บ้านใดถูกทำลายอันเนื่องมาจากความอธรรมของพวกเขาเอง เราได้สั่งให้บรรดาผู้ที่อาศัยอยู่อย่างหรูหราและมั่งคั่งในเมืองนั้นให้เคารพภักดีต่อพระองค์ แต่พวกเขากลับไม่ปฏิบัติตาม ดื้อรั้น ฝ่าฝืน และไม่เชื่อฟัง เมื่อนั้นแล้วสมควรที่จะถูกลงโทษอย่างพังพินาศ
และกี่มากน้อยแล้วที่เราได้ทำลายล้างกลุ่มชนที่ปฏิเสธศรัทธา หลังจากนบีนูห เช่นกลุ่มชนอาดและกลุ่มชนษะมูด และเพียงพอกับพระผู้อภิบาลของเจ้า -โอ้เราะสูลเอ๋ย- ทรงรอบรู้ถึงความผิดบาปของปวงบ่าวของพระองค์ ทรงเห็นทุกสิ่งไม่มีสิ่งใดจะปกปิดพระองค์ได้ และพระองค์จะทรงสอบสวนพวกเขาเอง
ผู้ใดประกอบคุณงามความดีเพื่อมุ่งหวังผลตอบแทนในโลกนี้โดยปฏิเสธศรัทธาต่อวันปรโลกและเพิกเฉยต่อมัน พระองค์จะรีบเร่งให้เขาได้รับในสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์มิใช่ตามที่เขาปรารถนาไว้ แล้วในวันกิยามะฮ์นั้นพระองค์จะทรงเตรียมนรกญะฮันนัมไว้สำหรับเขา เขาจะเข้าไปในนั้นเผชิญกับการทรมานแห่งความร้อนของมัน เพื่อเป็นการลงโทษเขาในฐานะที่เลือกชีวิตแห่งโลกนี้และปฏิเสธศรัทธาต่อวันปรโลก และเป็นการรขับออกจากความเมตตาของพระองค์
และผู้ใดได้ประกอบคุณงามความดีเพื่อหวังการตอบแทนและได้ทุ่มเทในการประกอบความดีนั้นโดยปราศจากการโอ้อวดและหวังชื่อเสียงใดๆทั้งสิ้น โดยเขาเป็นผู้ศรัทธาในสิ่งที่พระองค์ทรงบัญชาไว้ ดังนั้นการทุ่มเทของผู้ที่มีคุณลักษณะเช่นนี้จะเป็นที่ตอบรับ ณ อัลลอฮ์และพระองค์จะทรงตอบแทนพวกเขาเอง
โอ้เราะสูลเอ๋ย พระองค์ได้ทรงเพิ่มพูนปัจจัยยังชีพแก่ทั้งสองกลุ่มคือ กลุ่มผู้ประพฤติดีและกลุ่มผู้ประพฤติชั่ว ซึ่งการประทานของพระองค์ในโลกดุนยานี้จะไม่ถูกปิดกั้นแก่ผู้ใดทั้งสิ้น ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนดีหรือจะเป็นคนชั่วก็ตาม