Al-Quran
เลือกซูเราะห์
Surah 027
อันนัมลฺ
บท มด
(ฏอ ซีน)ได้กล่าวถึงเรื่องนี้แล้วในตอนต้นของสูเราะฮฺอัลบะเกาะเราะฮฺ โองการเหล่านี้ที่ประทานลงมาแก่เจ้า คือโองการของอัลกุรอานซึ่งเป็นคัมภีร์อันชัดแจ้งไม่คลุมเครือ ผู้ที่ใคร่ครวญและพินิจพิจารณาถึงมันแล้ว แน่นอนเขาจะรู้ว่ามันมาจากอัลลอฮฺอย่างแท้จริง
โองการเหล่านี้เป็นแนวทางสู่หนทางแห่งสัจธรรมและเป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และรอสูลของพระองค์
ผู้ที่ทำการละหมาดอย่างสมบูรณ์ที่สุดและจ่ายซะกาตจากทรัพย์สมบัติของพวกเขาโดยจ่ายให้กับผู้ที่มีสิทธิและพวกเขาเชื่อมั่นในรางวัลและการลงโทษในชีวิตหลังความตาย
แท้จริงบรรดาผู้ปฏิเสธที่ไม่ศรัทธาต่อผลตอบแทนและการลงโทษที่มีอยู่ในโลกหน้า เราได้ทำให้การงานที่ชั่วช้าเลวทรามเป็นสิ่งสวยงามแก่พวกเขาและพวกเขาก็จมปลักกับมันอยู่อย่างนั้น และพวกเขาจะเร่รอนโดยไม่ได้รับทางนำที่ถูกต้อง
พวกเขาคือผู้ที่จะได้รับการลงโทษอันชั่วช้าในโลกนี้ด้วยการถูกฆ่า ถูกจับเป็นเชลย และพวกเขาเป็นคนส่วนใหญ่ที่ขาดทุนยิ่งในโลกหน้า โดยที่พวกเขาและครอบครัวของพวกเขาจะขาดทุนในวันกิยามะฮฺด้วยกับการต้องพำนักอยู่ในนรกตลอดการ
แท้จริงเจ้า โอ้รอสูลเอ่ย จะได้รับอัลกุรอานที่ประทานลงมาจากพระผู้ทรงปรีชาญาณในการสร้าง การบริหารและการบัญญัติ และทรงรอบรู้ทุกสิ่งทุกอย่างจากสิ่งที่เป็นประโยชน์สำหรับบ่าวของพระองค์
จงรำลึก โอ้รอสูลเอ่ย เมื่อตอนที่มูซาได้กล่าวกับคนในครอบครัวของเขาว่า แท้จริงฉันได้เห็นไฟ ฉันจะนำข่าวจากที่นั่นมาให้พวกท่านเพื่อมันจะสามารถนำทางเราได้บาง หรือฉันอาจจะนำเปลวเพลิงมาเพื่อพวกท่านจะได้รับความอบอุ่นจากมัน
เมื่อเขา (มูซา) มาถึงสถานที่ที่มีไฟที่เขาได้เห็น อัลลอฮฺได้เรียกเขาพลางกล่าวว่า ผู้ที่อยู่ในไฟและผู้ที่อยู่รอบๆ มันจากบรรดามะลาอิกะฮฺจะได้รับความจำเริญ เพื่อเป็นการเทิดทูนผู้ทรงเป็นพระผู้อภิบาลของแห่งสากลโลก และให้ความบริสุทธิ์กับคุณลักษณะที่ไม่คู่ควรกับพระองค์ตามที่กลุ่มบิดเบือนได้พรรณนาเกี่ยวกับพระองค์
อัลลอฮฺได้กล่าวแก่เขาว่า "โอ้มูซาเอ่ย แท้จริง ฉันคืออัลลอฮฺผู้ทรงอำนาจซึ่งไม่มีใครจะสามารถชนะฉันได้ และผู้ทรงปรีชาญาณในการสร้าง ในการกำหนดสภาวการณ์ และการกำหนดบทบัญญัติ"
"และจงโยนไม่เท้าของเจ้า" มูซาก็ได้ทำตาม ทันทีที่มูซาเห็นไม้เท้ามันเคลื่อนไหวคล้ายงู เขาก็หันหนี้ทันทีโดยไม่หันกลับอีก อัลลอฮฺก็ได้กล่าวแก่เขาว่า "จงอย่ากลัวมัน แท้จริงบรรดารอสูลจะไม่กลัวต่องูและสิ่งอื่นๆ เมื่ออยู่ต่อหน้าฉัน"
เว้นแต่ผู้ที่อธรรมต่อตัวของเขาเองด้วยการปฏิบัติในสิ่งที่เป็นบาป หลังจากนั้นเขาได้เตาบัต แท้จริงฉันนั้นเป็นผู้ให้อภัย ผู้ทรงเมตตาเสมอ
และจงสอดมือของเจ้าเข้าไปในคอเสื้อของเจ้า จากนั้นมันจะออกมาเป็นสีขาวสว่างเหมือนหิมะที่ไม่ใช้โรคเรื้อนขาว (นี่คือสอง) ในเก้าสัญญาณที่ยืนยันถึงความสัจจริงของเจ้า ซึ่งจะปรกอบไปด้วย : มือที่ขาวสว่าง ไม้เท้ากลายเป็นงู ความแห้งแล้ง ความขาดแคลน (พืชต่างๆ) ในแผ่นดิน น้ำท่วม ฝูงตั๊กแตน เห็บที่เกิดขึ้นในหมู่คนและสัตว์ ฝูงกบแพร่ระบาด และฝนเลือด แท้จริงพวกเขาเป็นกลุ่มชนที่ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮฺ
เมื่อสัญญาณต่างๆอันชัดแจ้งที่เราได้สนับสนุนมูซาได้ปรากฏต่อหน้าพวกเขา พวกเขาก็กล่าวว่า "สัญญาณต่างๆ เหล่านี้คือมายากลอันแจ่มแจ้ง"
และพวกเขาปฏิเสธการมีอยู่ของการอัศจรรย์(มุอญิซาต)เหล่านี้และไม่ยอมรับสิ่งเหล่านี้เลยในขณะที่หัวใจของพวกเขาเชื่อมั่นว่าสิ่งนั้นเป็นความจริงจากอัลลอฮ์ นี่เป็นเพราะการกดขี่ข่มเหงและความหยิ่งผยองต่อสัจธรรม จงดูเถิดโอ้รอสูลจุดจบของบรรดาผู้ที่ก่อความเสียหายบนโลกด้วยการปฏิเสธศรัทธาและความชั่วร้ายของพวกเขาคืออะไรแท้จริงเราได้ทำลายล้างและทำลายพวกเขาทั้งหมด
และแท้จริง เราได้ประทานความรู้แก่ดาวูดและลูกของเขาสุลัยมาน เช่น ความรู้เกี่ยวกับภาษาของนก และเขาทั้งสองได้กล่าวเพื่อเป็นการขอบคุณอัลลอฮ์ว่า" บรรดาการสรรเสริญเป็นของอัลลอฮ์ ผู้ทรงประทานความโปรดปรานแก่เราเหนือกว่าบ่าวผู้ศรัทธาคนอื่น ๆ ด้วยการให้เป็นนบี และให้เป็นผู้ปกครองเหนือญินและชัยฏอน"
และสุลัยมานเป็นผู้สืบทอดด้านการเป็นนบี วิชาความรู้ และอำนาจการปกครองจากบิดาของเขาคือนบีดาวูด และเขาได้กล่าวแสดงความโปรดปรานของอัลลอฮ์ที่มีต่อตัวเขาและต่อบิดาของเขาด้วยว่า "โอ้มนุษย์เอ่ย อัลลอฮฺได้สอนให้เราเข้าใจภาษาของนก และพระองค์ยังได้ประทานทุกสิ่งทุกอย่างแก่เรา เสมือนกับที่พระองค์ได้ทรงประทานแก่บรรดานบีและบรรดากษัตริย์ แท้จริง สิ่งที่อัลลอฮฺได้ประทานแก่เรามานั้นถือเป็นความโปรดปรานอย่างแท้จริง"
และไพร่พลที่เป็นมนุษย์ ญิน และชัยฏอนได้ถูกรวมไว้แก่สุลัยมานในสภาพที่มีระเบียบวินัย
ขณะที่พวกเขาออกเดินทาง (พร้อมๆ กับไพร่พลเหล่านี้) จนกระทั่งเมื่อพวกเขามาถึงทุ่งแห่งมด (ทุ่งแห่งหนึ่ง ณ เมืองชาม) ได้มีมดตัวเมียตัวหนึ่งพูดว่า "โอ้พวกมดทั้งหลาย จงเข้าไปในรังของพวกเจ้า มิฉะนั้น สุลัยมานและไพร่พลของเขาจะเหยียบย่ำพวกเจ้าโดยที่พวกเขาไม่รู้ตัว หากพวกเขารู้พวกเขาก็จะไม่เหยียบพวกเจ้า"
เมื่อได้ยินเช่นนั้นสุลัยมานจึงยิ้มแกมหัวเราะและได้วิงวอนกับพระผู้อภิบาลของเขาว่า "โอ้พระผู้อภิบาลของฉันโปรดช่วยเหลือและประทานแรงบันดานใจแก่ฉันเพื่อที่ฉันจะได้ขอบคุณต่อความโปรดปรานที่พระองค์ประทานให้กับฉันและบิดามารดาของฉัน และขอพระองค์ทรงโปรดทำให้ฉันได้ทำความดีอันเป็นที่ปีติแก่พระองค์ และด้วยความเมตตาของพระองค์ได้โปรดให้ฉันได้เข้าไปอยู่ในหมู่บ่าวของพระองค์ที่ดีทั้งหลาย"
(ครั้งหนึ่ง) สุลัยมานได้ทำการสำรวจฝูงนกปรากฏว่านกฮุดฮุดไม่อยู่ แล้วเขากล่าวขึ้นว่า "ทำไมฉันไม่เห็นนกฮุดฮุด? หรือมีอะไรมาปิดบังฉันจากการมองเห็นมัน หรือว่ามันหายไปไหน?"