Al-Quran
เลือกซูเราะห์
Surah 040
ฆอฟิร
บท พระผู้ทรงอภัยในบาป
อัลกุรอานถูกประทานลงมาให้แก่ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จากอัลลอฮ์ผู้ทรงเดชานุภาพ ซึ่งไม่มีผู้ใดจะมีอำนาจเหนือพระองค์ได้ ผู้ทรงรอบรู้ถึงสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ปวงบ่าว
ผู้ทรงอภัยโทษบาปต่าง ๆ ของผู้กระทำผิด ผู้ทรงตอบรับการเตาบะฮ์(การกลับตัวสำนึกผิด)ของบ่าวของพระองค์ ผู้ทรงเข้มงวดในการลงโทษผู้ที่ไม่เตาบะฮ์(กลับตัวสำนึกผิด)จากบาปต่าง ๆ ของเขา ผู้ทรงเต็มเปี่ยมไปด้วยความโปรดปราน ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ถูกกราบไหว้โดยเที่ยงแท้นอกจากพระองค์ ยังพระองค์เท่านั้นที่ปวงบ่าวจะต้องกลับไปในวันกียามะฮ์ แล้วพระองค์จะทรงตอบแทนพวกเขาในสิ่งที่พวกเขาสมควรจะได้รับ
ไม่มีผู้ใดที่จะโต้เถียงในโองการทั้งหลายของอัลลอฮ์ที่บ่งบอกถึงการให้เอกภาพต่อพระองค์และความสัจจะของบรรดาเราะซูลของพระองค์ เว้นแต่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์เนื่องด้วยความเสื่อมเสียทางสติปัญญาของพวกเขา ดังนั้นเจ้าอย่าได้เศร้าโศกกับพวกเขา และอย่าได้ให้สถานะความเป็นของพวกเขาที่เต็มไปด้วยปัจจัยยังชีพและความผาสุขมาล่อลวงเจ้า เพราะการประวิงพวกเขานั้นเป็นการล่อใจและล่อลวงพวกเขา
ก่อนหน้าพวกเขานั้นได้มีกลุ่มชนของนูห์และพลพรรคต่าง ๆ หลังจากกลุ่มชนของนูห์ที่ได้ปฏิเสธมาก่อนแล้ว เช่น อ๊าด ษะมูด กลุ่มชนของลูฏ ชาวมัดยัน และฟิรเอาน์ และทุก ๆ ประชาชาติได้ตั้งใจที่จะจับฆ่าเราะซูลของพวกเขา พวกเขาได้โต้เถียงด้วยความเท็จที่พวกเขามีอยู่เพื่อที่จะลบล้างความจริงให้สูญสิ้นไป ดังนั้น ข้าจึงได้ลงโทษกลุ่มชนดังกล่าวทั้งหมด จงคิดเถิดว่า การลงโทษของข้าที่มีต่อพวกเขานั้นได้เป็นเช่นไร แน่นอนมันเป็นการลงโทษที่รุนแรงสาหัส
และตามที่อัลลอฮ์ได้ทรงกำหนดทำลายล้างประชาชาติต่าง ๆ ที่โกหกดังกล่าวแล้ว ประกาศิตแห่งพระเจ้าของเจ้า โอ้เราะซูลเอ๋ย ก็ได้เป็นจริงกับบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาว่าพวกเขาเป็นชาวนรก
โอ้เราะซูลเอ๋ย บรรดามะลาอีกะฮ์ที่แบกบัลลังก์ของพระเจ้าของเจ้า และบรรดามะลาอีกะฮ์ที่อยู่รอบ ๆ บัลลังก์นั้น ต่างก็แซ่ซ้องสดุดีให้ความบริสุทธิ์ต่อพระเจ้าของพวกเขาจากสิ่งที่ไม่คู่ควรกับพระองค์ ศรัทธาต่อพระองค์ และขออภัยโทษให้แก่บรรดาผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮ์ โดยกล่าวในคำวิงวอนของพวกเขาว่า ข้าแต่พระเจ้าของเรา ความรู้และความเมตตาของพระองค์ได้ครอบคลุมทุกสิ่งทุกอย่าง ขอพระองค์ทรงโปรดอภัยโทษแก่บรรดาผู้ที่เตาบะฮ์(กลับตัวสำนึกผิด)ต่อบาปต่าง ๆ ของพวกเขาและดำเนินตามแนวทางของพระองค์ท่าน และทรงโปรดคุ้มครองพวกเขาให้พ้นจากไพนรก
มะลาอีกะฮ์กล่าวว่า ข้าแด่พระองค์ของเรา และขอพระองค์ทรงโปรดให้บรรดาผู้ศรัทธาเข้าสวนสวรรค์หลากหลายอันสถาพรที่พระองค์ได้ทรงสัญญาแก่พวกเขา พร้อมทั้งให้บรรดาผู้กระทำความดีจากบรรพบุรุษของพวกเขา คู่ครองของพวกเขา และลูกหลานของพวกเขาเข้าสวนสวรรค์ร่วมกับพวกเขาด้วย แท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงมีอำนาจที่ไม่มีใครเหนือพระองค์ ผู้ทรงปรีชาญาณในการกำหนดและการจัดการของพระองค์
และทรงโปรดคุ้มครองพวกเขาให้พ้นจากความชั่วร้ายของการงานของพวกเขาโดยไม่ลงโทษพวกเขาเนื่องด้วยการงานที่ชั่วร้ายนั้น และผู้ใดที่พระองค์ทรงคุ้มครองให้พ้นจากความชั่วร้ายทั้งหลายของเขาในวันกิยามะฮ์ แน่นอนพระองค์ท่านได้ทรงเมตตาแก่เขาแล้ว การป้องกันจากการลงโทษและการมีเมตตาให้ได้เข้าสวนสวรรค์ดังกล่าวนั้น คือชัยชนะที่ใหญ่หลวงที่ไม่มีชัยชนะใดสามารถเทียบได้
แท้จริงบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์และบรรดาเราะซูลของพระองค์จะถูกเรียกในวันกียามะฮ์ในขณะที่พวกเขาเข้านรกและรังเกียจพร้อมกับสาปแช่งตัวเองว่า แน่นอนการโกรธกริ้วของอัลลอฮ์ที่มีต่อพวกเจ้านั้นมันรุนแรงยิ่งกว่าการโกรธของพวกเจ้าที่มีต่อตัวของพวกเจ้าเองเสียอีกในตอนที่พวกเจ้าถูกเชิญชวนให้ศรัทธาต่ออัลลอฮ์ในโลกดุนยา แล้วพวกเจ้าก็ปฏิเสธศรัทธาต่อพระองค์ และนำรูปปั้นต่าง ๆ มาเคารพบูชาพร้อมกับพระองค์
บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธากล่าวโดยสารภาพบาปของพวกเขาในตอนที่การสารภาพบาปและการเตาบะฮ์(การกลับตัวสำนึกผิด)ของพวกเขาไร้ประโยชน์ว่า ข้าแต่พระเจ้าของเรา พระองค์ได้ทรงให้เราตายสองครั้ง โดยที่เราไม่เคยมีมาก่อน แล้วพระองค์ได้ทรงบังเกิดพวกเราขึ้นมา จากนั้นพระองค์ได้ทรงให้พวกเราเสียชีวิต และพระองค์ได้ทรงให้พวกเรามีชีวิตสองครั้ง ด้วยการบังเกิดพวกเราจากที่ไม่เคยมีและให้พวกเรามีชีวิตอีกครั้งในวันแห่งการฟื้นคืนชีพ แล้วพวกเราก็ได้สารภาพบาปต่าง ๆ ที่พวกเราได้กระทำมาทั้งหมดแล้ว ดังนั้นพอจะมีแนวทางให้พวกเราได้ออกจากไฟนรกไหม แล้วพวกเราจะได้กลับไปใช้ชีวิตใหม่เพื่อแก้ไขการงานต่าง ๆ ของพวกเราให้ดีขึ้น แล้วพระองค์ก็จะได้พอพระทัยต่อพวกเรา?
การลงโทษที่พวกเจ้าถูกทรมานนั้น เนื่องจากเมื่อมีการเชิญชวนให้เคารพอิบาดะฮ์ต่ออัลลอฮ์พระองค์เดียวพวกเจ้าก็ปฏิเสธศรัทธาและตั้งภาคีต่อพระองค์ และเมื่อมีการเคารพสิ่งอื่นพร้อมกับอัลลอฮ์พวกเจ้าก็ศรัทธา ดังนั้น การตัดสินชี้ขาดเป็นสิทธิของอัลลอฮ์พระองค์เดียว ผู้ทรงสูงส่งด้วยตัวของพระองค์เองและด้วยอำนาจความสามารถของพระองค์ ผู้ทรงยิ่งใหญ่หนือทุกสิ่ง
พระองค์นั้นเป็นผู้แสดงให้พวกเจ้าเห็นถึงสัญญาณทั้งหลายของพระองค์ที่มีอยู่ในจักรวาลและในชีวิตต่างๆ เพื่อบ่งบอกแก่พวกเจ้าถึงพลังอำนาจและความเป็นเอกภาพของพระองค์เพียงผู้เดียว และพระองค์ได้ทรงประทานน้ำฝนให้ตกลงมาจากฟากฟ้าแก่พวกเจ้าเพื่อเป็นต้นเหตุให้พวกเจ้าได้รับปัจจัยยังชีพจากพืชผล การเพาะปลูก และอื่นๆ และจะไม่มีใครใคร่ครวญต่อสัญญาณทั้งหลายของอัลลอฮ์ นอกจากผู้ที่กลับใจสู่พระองค์ด้วยการเตาบะฮ์(สำนึกผิด)ที่บริสุทธิ์
ดังนั้น โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย พวกเจ้าจงวิงวอนต่ออัลลอฮ์ด้วยความบริสุทธิ์ใจต่อพระองค์ในการเคารพภักดีและในการวิงวอนขอโดยไม่ตั้งภาคีต่อพระองค์ แม้ว่าบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาจะเกลียดชังหรือโกรธก็ตาม
พระองค์คือผู้มีสิทธิได้รับความบริสุทธิ์ใจในการวิงวอนขอและในการเคารพภักดี ผู้ทรงตำแหน่งอันสูงส่งที่แตกต่างกับสิ่งถูกสร้างทั้งหมด พระองค์คือพระเจ้าแห่งบังลังก์ที่ยิ่งใหญ่ ผู้ทรงประทานวะห์ยูแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์จากปวงบ่าวของพระองค์ เพื่อเป็นทางนำแก่เขาและคนอื่น ๆ และเพื่อให้มนุษย์เกรงกลัววันกิยามะฮ์ ซึ่งเป็นวันที่มีการพบปะกันระหว่างมนุษย์รุ่นแรกและมนุษย์รุ่นหลัง
ในวันที่พวกเขาปรากฏตัว พวกเขาได้รวมตัวกันอยู่ในพื้นดินเดียวกัน ไม่มีสิ่งใดของพวกเขาที่จะซ่อนเร้นไปจากอัลลอฮ์ได้ ไม่ว่าจะเป็นตัวตนของพวกเขาเองหรือการกระทำของพวกเขาหรือผลตอบแทนของพวกเขา พระองค์จะถามว่า อำนาจในวันนี้เป็นของผู้ใดเล่า? ณ เวลานี้ไม่มีคำตอบใดนอกจากคำตอบเดียวว่า แน่นอนอำนาจครอบครองเป็นของอัลลอฮ์พระองค์เดียว ทั้งในตัวตนของพระองค์ คุณลักษณะของพระองค์ และการกระทำของพระองค์ ผู้ทรงพิชิตที่พิชิตทุกสิ่งทุกอย่างและทุกสิ่งทุกอย่างยอมจำนนต่อพระองค์
ในวันนี้ (วันกียามะฮ์) ทุกชีวิตจะได้รับการตอบแทนตามการงานที่ได้กระทำไว้ ถ้าทำดีก็จะได้รับผลดี และถ้าทำชั่วก็จะได้รับผลชั่ว ไม่มีการอธรรมใด ๆ ในวันนี้ เพราะผู้ตัดสินนั้นคืออัลลอฮ์ผู้ทรงเที่ยงธรรม แท้จริงอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงฉับพลันในการสอบสวนแก่ปวงบ่าวของพระองค์ เนื่องด้วยความรู้ที่ครอบคลุมรอบด้านของพระองค์ที่มีต่อพวกเขา
และเจ้า โอ้เราะซูลเอ๋ย จงตักเตือนพวกเขาให้กลัววันกียามะฮ์ ซึ่งวันกียามะฮ์ที่เข้าใกล้เข้ามานี้มันจะมาอย่างแน่นอนและทุก ๆ สิ่งที่กำลังมามันใกล้ทุกขณะ ในวันกิยามะฮ์ดังกล่าวหัวใจจะขึ้นไปอยู่ที่คอหอยของแต่ละคนเนื่องด้วยความหวาดกลัวยิ่งของมัน พวกเขาจะเงียบกริบไม่มีใครพูดเลยในหมู่พวกเขานอกจากผู้ที่ได้รับอนุญาตจากพระเจ้าผู้ทรงกรุณาปรานี และสำหรับบรรดาผู้อธรรมต่อตัวของพวกเขาเองด้วยการตั้งภาคีและการกระทำบาปจะไม่มีมิตร ไม่มีญาติ และไม่มีผู้ช่วยเหลือคนใดที่จะถูกเชื่อฟังหากเขาได้รับโอกาศในการให้ความช่วยเหลือ
อัลลอฮ์ทรงรู้ดีถึงสิ่งที่สายตาฉุดมองอย่างลับ ๆ และทรงรู้ดีถึงสิ่งที่ทรวงอกปิดบังไว้ ไม่มีสิ่งใดจากสิ่งดังกล่าวที่จะปกปิดพระองค์ได้เลย
และอัลลอฮ์ทรงตัดสินด้วยความยุติธรรม พระองค์ไม่อธรรมแก่ผู้ใดด้วยการลดความดีต่าง ๆ ของเขาและไม่เพิ่มความชั่วต่าง ๆ แก่เขา และบรรดารูปเจว็ดที่บรรดาผู้ตั้งภาคีกราบไหว้พวกเขานอกจากอัลลอฮ์นั้น พวกเขาไม่อาจตัดสินใด ๆ ได้เลย เพราะพวกเขาไม่มีกรรมสิทธิ์ใด ๆ แท้จริงอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงได้ยินในคำพูดของปวงบ่าวของพระองค์ ผู้ทรงมองเห็นเจตนาและการงานต่าง ๆ ของพวกเขา และพระองค์จะทรงตอบแทนพวกเขาตามการงานนั้น