Al-Quran
เลือกซูเราะห์
Surah 046
อัลอะหฺกอฟ
บท เมืองอะหฺกอฟ
คัมภีร์อัลกุรอ่านนี้เป็นการประทานลงมาจากอัลลอฮฺ ผู้ทรงมีอำนาจที่ไม่มีอำนาจใดเหนือกว่า ผู้ทรงรอบรู้ผู้ทรงปรีชาญาณในสิ่งที่เขาสร้าง และการจัดการควบคุมดูแล และบทบัญญัติของพระองค์
พระองค์ไม่ได้สร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน และสิ่งที่อยู่ระหว่างทั้งสองนั้นอย่างไร้ประโยชน์แต่เราได้สร้างทั้งหมดนี้ด้วยความจริงที่แอบแฝงไปด้วยวิทยปัญญาขั้นสูงไว้มากมาย ส่วนหนึ่ง เพื่อให้บ่าวผู้ศรัทธาได้รู้จักพระองค์ และเคารพอิบาดะฮ์พระองค์แต่เพียงผู้เดียว และไม่ตั้งภาคีใด ๆ และเพื่อพวกเขาจะได้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะตัวแทนพระองค์บนหน้าแผ่นดินจนถึงช่วงเวลาหนึ่งที่ถูกกำหนดไว้ซึ่งอัลลอฮ์เท่านั้นที่รู้ ในขณะที่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาผินหลังให้ในสิ่งที่พวกเขาถูกตักเตือนด้วยสิ่งที่อยู่ในคัมภีร์ของอัลลอฮ์ พวกเขาไม่ได้สนใจในสิ่งเหล่านี้
จงกล่าวเถิด โอ้ท่านเราะซูล แก่บรรดาผู้ตั้งภาคีที่ผินหลังต่อสัจธรรม จงบอกฉันมาเกี่ยวกับรูปปั้นของพวกเจ้าที่พวกเจ้าเคารพศรัทธานอกจากอัลลอฮ อะไรบ้างที่มันสร้างขึ้นมาในโลกนี้? มันสร้างภูเขาขึ้นมากระนั่นหรือ? มันสร้างแม่น้ำหรือ?หรือว่าพวกมันมีส่วนร่วมกับอัลลอฮในการสร้างชั้นฟ้าทั้งหลาย? จงนำคัมภีร์ที่อัลลอฮทรงประทานลงมาก่อนหน้าอัลกุรอ่านมาให้ข้าดูซิ หรือจงแสดงร่องรอยแห่งความรู้ที่เป็นหลักฐานยืนยันในการนี้ หากพวกท่านเป็นผู้ซื่อสัตย์จริง ในการที่พวกเจ้าอ้างว่ารูปปั้นทั้งหลายควรแก่การเคารพบูชามัน
และไม่มีผู้ใดแย่กว่าบรรดาผู้ที่ได้เคารพบูชาอื่นจากอัลลอฮฺที่เป็นเทวรูปที่ไม่ตอบสนองการเรียกร้องของพวกเขาจนถึงวันกิยามะฮฺ รูปปั้นที่พวกเขาเคารพบูชานอกจากอัลลอฮนั้น เพิกเฉยต่อคำวิงวอนของผู้ที่วิงวอนขอ อีกทั้งยังเมินเฉยต่อสิ่งที่เป็นประโยชน์หรือสิ่งที่เป็นอันตรายต่อพวกเขา
และในขณะที่มัน (เจว็ด หรือ สิ่งที่ถูกเคารพบูชา) ไม่ให้ประโยชน์ใดๆ แก่พวกเขาในโลกนี้ มิหนำซ้ำเมื่อพวกเขารวมกันอยู่ในวันกิยามะฮฺพวกเขาจะเป็นศัตรูกัน ระหว่างบรรดาผู้ที่เคารพบูชา และสิ่งที่ถูกเคารพบูชา พวกเขาจะปฏิเสธพวกเขากันเอง พวกเขาต่างปฏิเสธว่าพวกเขานั้นไม่รู้เรื่องถึงการบูชาของพวกเขา
และเมื่อโองการของอัลลออฮฺที่ถูกประทานลงมาแก่เราะซูลของเรา ได้ถูกอ่านให้บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาทั้งหลายได้ฟัง พวกเขาจะกล่าวกันว่า นี่คือมายากลชัดๆ ไม่ไช่เป็นวะฮฺยูจากอัลลอฮฺ
บรรดาผู้ตั้งภาคีกล่าวว่าอย่างไร แท้จริงมูฮัมมัดคิดค้นปั้นแต่งอัลกุรอ่านนี้และพาดพิงถึงพระเจ้า? จงกล่าวแก่พวกเขาเถิด โอ้ท่านเราะซูล หากฉันคิดค้นปั้นแต่งมาด้วยตนเอง พวกท่านก็ไม่มีอำนาจอันใดที่จะช่วยเหลือฉันได้จากบทลงโทษของอัลลอฮฺหากพระองค์ทรงประสงค์ ดังนั้นฉันจะหาทางหลีกเลี่ยงให้ตัวเองปลอดจากบทลงโทษของอัลลอฮฺด้วยการประดิษฐ์สิ่งนี้มาทำไม? พระองค์ทรงรู้ดียิ่งถึงสิ่งที่พวกท่านกำลังง่วนอยู่ในเรื่องนี้ พอเพียงแล้วที่พระองค์ทรงเป็นพยานระหว่างฉันกับพวกท่าน และพระองค์เป็นผู้ทรงอภัยในบาปปวงบ่าวที่กลับใจและผู้ทรงเมตตาเสมอ
จงกล่าวเถิด โอ้ท่านเราะซูล แก่บรรดาผู้ตั้งภาคีที่ปฏิเสธในความเป็นศาสนฑูตของเจ้าว่า ฉันมิได้เป็นคนแรกในบรรดาเราะซูลที่อัลลอฮส่งมา เจ้าจะแปลกใจกับคำเชิญของฉันที่มีต่อพวกเจ้า ซึ่งมีเราะซูลหลายคนก่อนหน้าฉันมาแล้ว ฉันไม่รู้ว่าพระเจ้าทรงทำอะไรกับฉัน และสิ่งที่เขาทำกับพวกเจ้าในโลกนี้ และหากปฏิบัติตามสิ่งที่อัลลอฮวะฮียฺให้แก่ฉัน และฉันก็ไม่ได้พูด ไม่ได้กระทำในสิ่งใดเว้นแต่เป็นสิ่งที่ถูกวะฮฺยูมาแก่ฉัน และฉันมิใช่ใครอื่นนอกจากเป็นผู้ตักเตือนพวกเจ้าจากบทลงโทษของอัลลอฮอันชัดแจ้ง
จงกล่าวเถิด โอ้ท่านเราะซูล แก่บรรดาผู้ที่ปฏิเสธ จงบอกฉันมาหากอัลกุรอานมาจากอัลลอฮ และพวกท่านปฏิเสธอัลกุรอานนั้นทั้งๆที่มีพยานคนหนึ่งจากวงศ์วานของอิสรออีลว่า แท้จริงอัลกุรอานนั้นมาจากอัลลอฮ โดยยึดถือในสิ่งที่นำมาในคัมภีร์อัตเตารอตด้วยเช่นกัน แล้วเขาก็ศรัทธาแต่พวกท่านยังดื้อรั้นหยิ่งยโสต่อการศรัทธาต่อพระองค์ พวกท่านไม่ไช่ผู้ที่อธรรมดอกหรือ? แท้จริงอัลลอฮจะไม่ทรงเห็นด้วยแก่หมู่ชนผู้ที่อธรรมต่อความสัจธรรม
และบรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาในอัลกุรอ่านและสิ่งที่เราะซูลของพวกเขาได้นำมาแก่พวกเขาจะกล่าวแก่บรรดาผู้ศรัทธาว่า หากสิ่งที่มูฮัมมัดได้นำมานั้นเป็นเรื่องจริง นำไปสู่สิ่งที่ดี แน่นอนสิ่งนี้จะไม่เข้าไปถึงแก่บรรดาผู้ยากจน ทาส และบรรดาผู้อ่อนแอก่อนพวกเรา และเป็นเพราะว่าพวกเขามิได้รับการชี้แนะจากสิ่งที่นำมาแก่พวกเขาโดยเราะซูลของเขา พวกเขาเหล่านั้นจึงกล่าววว่า นี่คือเรื่องโกหกดั้งเดิมที่ถูกนำมายังพวกเรา และพวกเราก็จะไม่ทำตามในเรื่องโกหกเหล่านี้
และก่อนหน้าอัลกุรอ่านนี้ มีคัมภีร์อัตเตารอดที่อัลลอฮประทานลงมายังท่านนบีมูซา อลัยฮิสสลาม เป็นแบบอย่างนำสู่สัจธรรม และความเมตตาสำหรับผู้ที่ศรัทธาและปฏิบัติตามต่อจากเขาจากกลุ่มชนอิสรออีล และนี่อัลกุรอานที่ถูกประทานลงมายังมูฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม เป็นคัมภีร์ที่ยืนยันของความถูกต้องของคัมภีร์ก่อนหน้านี้เป็นภาษาอาหรับ เพื่อตักเตือนบรรดาผู้ที่อธรรมต่อตัวพวกเขาเองด้วยการตั้งภาคีต่ออัลลอฮ และกระทำบาป และในขณะเดียวกันนั้น เป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่กระทำความดี ที่มีความสัมพันธ์อันดีงามกับผู้สร้างของพวกเขาและมีความสัมพันธ์อันดีงามกับสิ่งที่ถูกสร้างโดยผู้สร้างของพวกเขา
แท้จริงบรรดาผู้ที่กล่าวว่า อัลลอฮฺคือพระเจ้าของพวกเราไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ แล้วพวกเขาก็ยืนหยัดเข้มแข็ง ด้วยความเชื่อมั่นในพระเจ้าและการปฏิบัติแต่ความดี ดังนั้น จะไม่มีความหวาดกลัวใด ๆ แก่พวกเขาในสิ่งที่พวกเขาจะต้องเผชิญในวันอาคีเราะฮฺ และพวกเขาก็จะไม่เสียใจในสิ่งที่พวกเขาพลาดโชคชะตาบนโลกดุนยา หรือ สิ่งที่พวกเขาทิ้งไว้ข้างหลัง
กลุ่มชนที่ถูกกล่าวโดยคุณสมบัติเหล่านี้คือชาวสวรรค์ พวกเขาจะพำนักอยู่ในสวรรค์ตลอดกาลเป็นรางวัลแก่พวกเขา สำหรับการกระทำความดีที่พวกเขาได้ปฏิบัติไว้ในโลกดุนยา
และเราได้สั่งเสียอย่างชัดเจนแก่มนุษย์ให้พวกเขาทำดีต่อบิดามารดาของเขา ให้ทำดีแก่เขาทั้งสองในช่วงที่เขาทั้งสองมีชีวิตอยู่และหลังจากที่เขาทั้งสองได้เสียไปแล้วโดยการไม่ละเมิดบทบัญญัติอิสลามโดยเฉพาะเรื่องของมารดาของเขาที่ได้อุ้มครรภ์เขาด้วยความเหนื่อยยาก และได้คลอดเขาด้วยความเจ็บปวด และการอุ้มครรภ์เขาและการหย่านมของเขาในระยะเวลาสามสิบเดือน จนกระทั่งเมื่อเขาบรรลุวัยหนุ่มฉกรรจ์ของเขา และมีอายุถึงสี่สิบปี เขาจะกล่าววิงวอนว่า ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ ขอพระองค์ทรงโปรดประทานแก่ข้าพระองค์ เพื่อให้ข้าพระองค์ขอบคุณต่อความโปรดของพระองค์ท่าน ซึ่งพระองค์ท่านได้ทรงโปรดปรานแก่ข้าพระองค์และบิดามารดาของข้าพระองค์ และให้ข้าพระองค์ทำความดีเพื่อให้พระองค์ท่านทรงพอพระทัยแก่ข้าพระองค์ และทรงให้ความดีเกิดขึ้นในลูกหลานของข้าพระองค์ แท้จริงข้าพระองค์ขออภัยโทษต่อพระองค์ในความบาปของข้าพระองค์ และแท้จริงข้าพระองค์อยู่ในหมู่ผู้นอบน้อมต่อบทบัญญัติของพระองค์
กลุ่มชนเหล่านี้คือ บรรดาผู้ที่เราได้ตอบรับในการงานที่ดีจากพวกเขา ซึ่งพวกเขาได้ปฏิบัติไว้ และเราจะละเลยความผิดต่างๆของพวกเขา เราจะไม่ถือสาในความผิดเหล่านั้น และพวกเขาอยู่ในหมู่ชาวสวรรค์ นี่เป็นการสัญญาที่อัลลอฮทรงสัญญาแก่พวกเขา เป็นสัญญาแห่งความจริงซึ่งพวกเขาสมควรที่จะได้รับ
และผู้ใดที่กล่าวแก่บิดามารดาของเขาว่า วิบัติแก่ท่านทั้งสอง ท่านทั้งสองขู่ฉันว่า ฉันจะถูกให้ออกมาฟื้นคืนชีพอีกกระนั้นหรือหลังจากที่ฉันได้ตายไปแล้ว ทั้ง ๆ ที่ผ่านไปหลายศตวรรษก่อนหน้าฉัน และมนุษย์ก็ได้ตายไป ยังไม่ได้บังเกิดขึ้นมาเลย? และบิดามารดาทั้งสองร้องขอความช่วยเหลือต่ออัลลอฮฺให้ทรงชี้ทางนำแก่ลูกของเขาทั้งสอง และได้มีเสียงกล่าวแก่ลูกของเขาทั้งสองว่า ความหายนะจงประสบแก่เจ้า หากเจ้ายังไม่ศรัทธาต่อวันฟื้นคืนชีพ จงศรัทธาเถิด แท้จริงสัญญาของอัลลอฮฺนั้นเป็นความจริง แล้วเขาก็พูดปฏิเสธอีกครั้งถึงการฟื้นคืนชีพ เรื่องนี้มิใช่อะไรอื่น นอกจากเป็นนิยายเหลวไหลสมัยก่อนเท่านั้น มันไม่มีอยู่จริง ณ ที่อัลลอฮฺ
ชนเหล่านั้น คือ บรรดาผู้ที่จะต้องได้รับการลงโทษ รวมกับประชาชาติก่อนหน้าพวกเขาจากญินและมนุษย์ แท้จริงพวกเขาอยู่ในความขาดทุน ซึ่งพวกเขาจะต้องสูญเสียตัวเองและครอบครัวโดยการเข้าไปในไฟนรก
และสำหรับทั้งสองฝ่ายนี้ ฝ่ายชาวสวรรค์และฝ่ายชาวนรก ลำดับชั้นของเขานั้นเรียบเรียงตามการงานของพวกเขา ส่วนลำดับชั้นของชาวสวรรค์นั้นเป็นลำดับชั้นที่สูงส่ง และลำดับชั้นของชาวนรกนั้นต่ำต้อย และพระองค์จะทรงตอบแทนพวกเขาอย่างครบถ้วนตามผลงานของพวกเขา โดยที่พวกเขาจะไม่ถูกละเมิด หรือ เกิดความอยุติธรรมในวันกียามะฮฺ โดยที่ความดีจะไม่ถูกละเลยแม้แต่น้อย และความชั่วก็จะไม่ถูกเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด
และในวันที่บรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮและกล่าวเท็จต่อท่านเราะซูลมาอยู่ต่อหน้าไฟนรกเพื่อรับการลงโทษ และจะมีเสียงกล่าวแก่พวกเขาด้วยน้ำเสียงที่โหดเหี้ยมว่า พวกเจ้าได้เอาสิ่งดีงามทั้งหลายของพวกเจ้าในการดำรงชีวิตของพวกเจ้าในโลกดุนยาไปแล้ว และพวกเจ้าได้มีความสำราญกับมันแล้ว ฉะนั้นวันนี้พวกเจ้าจะได้รับการตอบแทนด้วยบทลงโทษอันอัปยศ เนื่องด้วย พวกเจ้าหยิ่งยโสในแผ่นดินโดยไม่เป็นธรรมและเนื่องด้วยพวกเจ้าได้อออกจากการเคารพภักดีต่ออัลลอฮด้วยการปฏิเสธศรัทธาและทำการฝ่าฝืน