Al-Quran
เลือกซูเราะห์
Surah 009
อัตเตาบะฮฺ
บท การสำนึกผิด
นี่คือประกาศการพ้นข้อผูกพันใด ๆ จากอัลลอฮ์และจากเราะซูลของพระองค์ และเป็นประกาศการสิ้นสุดของพันธสัญญาที่พวกเจ้า (โอ้บรรดามุสลิม) ได้ทำไว้กับบรรดาผู้ตั้งภาคีในคาบสมุทรอาหรับ
ดังนั้นพวกเจ้า (โอ้บรรดาผู้ตั้งภาคี) จงท่องไปบนหน้าแผ่นดินในระยะเวลาสี่เดือนอย่างปลอดภัย และไม่มีพันธสัญญาและความปลอดภัยใด ๆ แก่พวกเจ้าหลังจากนี้อีกต่อไป พวกเจ้าจงเชื่อมั่นเถิดว่า พวกเจ้าจะไม่รอดพ้นจากการลงโทษของอัลลอฮ์หากพวกเจ้ายังคงปฏิเสธศรัทธาต่อพระองค์ และพวกเจ้าจงเชื่อมั่นอีกเถิดว่า อัลลอฮ์จะให้บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาประสบกับความอัปยศด้วยการถูกฆ่าและถูกจับเป็นเชลยศึกในโลกดุนยา และทำให้พวกเจ้าต้องเข้านรกในวันกียามะฮ์ ซึ่งการลงโทษนี้จะรวมถึงผู้ละเมิดสนธิสัญญาและผู้ที่สัญญาของพวกเขาไม่มีกำหนดระยะเวลา ส่วนผู้ที่สัญญาของเขามีกำหนดระยะเวลาถึงแม้ว่าจะมากกว่าสี่เดือนก็ตาม สัญญาของเขานั้นจะถูกรักษาไว้จนครบกำหนด
และเป็นการประกาศจากอัลลอฮ์และเราะซูลของพระองค์แด่มวลมนุษย์ทั้งหลายในวันอีดอัลอัฎฮาอันใหญ่ยิ่งว่า แท้จริงอัลลอฮ์นั้นได้ทรงปลีกตัวออกจากบรรดาผู้ตั้งภาคีทั้งหลาย และแท้จริงเราะซูลของพระองค์ก็ได้ปลีกตัวออกจากพวกเขาด้วยเช่นกัน ดังนั้นหากพวกเจ้า (โอ้บรรดาผู้ตั้งภาคี) ได้สำนึกผิด แน่นอนการสำนึกของพวกเจ้าจะเป็นสิ่งที่ดีแก่พวกเจ้า และหากพวกเจ้าผินหลังไม่สำนึกผิดพวกเจ้าจงเชื่อมั่นเถิดว่า แท้จริงพวกเจ้าจะหนีไม่พ้นจากอัลลอฮ์และการลงโทษของพระองค์ และเจ้า (โอ้เราะซูลเอ๋ย) จงแจ้งแก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์เกี่ยวกับสิ่งไม่ดีที่จะประสบกับพวกเขา นั่นก็คือการลงโทษอันเจ็บแสบที่กำลังรอพวกเขาอยู่
ยกเว้นบรรดาผู้ตั้งภาคีที่พวกเจ้าได้ทำสัญญาไว้กับพวกเขา แล้วพวกเขาได้ปฏิบัติตามสัญญาและไม่ละเมิดต่อสัญญานั้นแต่อย่างใด ทั้งนี้ พวกเขาจะได้รับการยกเว้นจากข้อตัดสินก่อนหน้านี้ และพวกเจ้า (โอ้บรรดาผู้ศรัทธา) จงปฏิบัติตามสัญญาที่มีไว้กับพวกเขาจนครบวาระของสัญญาดังกล่าว แท้จริงอัลลอฮ์ทรงรักบรรดาผู้ที่ยำเกรงด้วยการปฏิบัติตามคำบัญชาของพระองค์ ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ การปฏิบัติตามสัญญา และหลีกห่างออกจากสิ่งต้องห้ามของพระองค์ ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ การทรยศผิดสัญญา
ครั้นเมื่อเดือนต้องห้ามเหล่านั้นได้ผ่านพ้นไปแล้ว ซึ่งเป็นเดือนที่พวกเจ้าได้ประกันความปลอดภัยให้กับศัตรูของพวกเจ้า ดังนั้น พวกเจ้าก็จงประหัตประหารชีวิตของบรรดาผู้ตั้งภาคีเหล่านั้น ณ ที่ใดก็ตามที่พวกเจ้าพบเจอพวกเขา และจับพวกเขาเป็นเฉลยศึก ปิดล้อมพวกเขาในสถานที่มั่นของพวกเขา และสอดส่องดูความเคลื่อนไหวพวกเขา แต่ถ้าพวกเขาสำนึกผิดกลับตัวต่ออัลลอฮ์จากการตั้งภาคีต่อพระองค์ ดำรงไว้ซึ่งการละหมาด และจ่ายซะกาตจากทรัพย์สินของพวกเขา แน่นอนพวกเขาได้กลายเป็นพี่น้องของพวกเจ้าในอิสลาม ดังนั้น พวกเจ้าก็จงระงับการสู้รบกับพวกเขา แท้จริงอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงอภัยโทษแก่บ่าวของพระองค์ที่สำนึกผิดกลับตัว และพระองค์เป็นผู้ทรงเมตตาต่อเขาเสมอ
และหากมีผู้ใดในบรรดาผู้ตั้งภาคีที่เลือด (ชีวิต) และทรัพย์สินของเขาเป็นที่อนุญาต(ให้ต่อสู้และยึดทรัพย์ได้) เข้ามาขอเป็นเพื่อนบ้านของเจ้า (โอ้เราะซูลเอ๋ย) เจ้าจงตอบรับคำขอของเขาเพื่อที่เขาจะได้ฟังอัลกุรอาน จากนั้นเจ้าจงส่งเขาไปยังสถานที่ที่ปลอดภัยต่อตัวเขา นั่นก็เพราะว่าบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเป็นกลุ่มชนที่ไม่รู้ถึงข้อเท็จจริงของศาสนานี้ หากพวกเขาได้รับรู้ข้อเท็จจริงจากการฟังการอ่านอัลกุรอานพวกเขาอาจจะได้รับทางนำ
เป็นไปไม่ได้ที่บรรดาผู้ตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์จะมีพันธสัญญาและความปลอดภัย ณ อัลลอฮ์และเราะซูลของพระองค์ นอกจากพันธสัญญาของบรรดาผู้ตั้งภาคีเหล่านั้นที่พวกเจ้า โอ้บรรดามุสลิม ได้ทำไว้กับพวกเขา ณ มัสยิดหะรอมในเหตุการณ์ซุลหุลหุดัยบียะฮ์ (สัญญาสันติภาพหุดัยบียะฮ์) ดังนั้นตราบใดที่พวกเขารักษาสัญญาระหว่างพวกเจ้ากับพวกเขา และไม่ได้ละเมิดต่อสัญญานั้น พวกเจ้าก็จงรักษาสัญญานั้นและอย่าได้ละเมิดตามไปด้วย แท้จริงอัลลอทรงรักบรรดาผู้ที่มีความยำเกรงจากปวงบ่าวของพระองค์ที่ปฏิบัติตามคำบัญชาของพระองค์ และหลีกเลี่ยงในสิ่งที่พระองค์ทรงห้าม
พวกเขาจะได้รับสัญญาและความสงบปลอดภัยได้อย่างไรเล่า ในเมื่อพวกเขาเหล่านั้นเป็นศัตรูกับพวกเจ้า และหากพวกเขาแกร่งหรือมีอำนาจเหนือพวกเจ้า พวกเขาก็จะไม่สนใจว่าพวกเจ้ามีอัลลอฮ์อยู่ มีความเป็นเครือญาติกัน และมีพันธสัญญา แต่พวกเขากลับกดขี่พวกเจ้าด้วยการทรมานที่เลวร้าย พวกเขาจะทำให้พวกเจ้าพึ่งพอใจด้วยกับคำพูดหอมหวานที่พวกเขาเปล่งออกมา แต่ในความเป็นจริงจิตใจของพวกเขาไม่ตรงกับคำพูดที่ออกมา พวกเขาจะไม่ทำตามในสิ่งที่พูดไว้ และพวกเขาส่วนใหญ่เป็นพวกนอกรีดที่ไม่จงรักภักดีต่ออัลลอฮ์ เนื่องจากพวกเขาละเมิดต่อพันธสัญญา
พวกเขาได้แลกเปลี่ยนจากการปฏิบัติตามโองการต่าง ๆ ของอัลลอฮ์ ซึ่งรวมถึงการปฏิบัติตามพันธสัญญาด้วยกับสิ่งที่มีค่าอันน้อยนิดจากซากปรักหักของโลกดุนยาเพื่อสนองความต้องการและตามอารมณ์ของพวกเขาเอง ทำให้พวกเขาขัดขวางตัวของพวกเขาเองมิให้ปฏิบัติตามสัจธรรมและผินหลังให้กับสิ่งนั้น และพวกเขายังได้ขัดขวางผู้อื่นมิให้ตามสัจธรรมอีกด้วย แท้จริงพวกเขาเหล่านั้นได้กระทำในสิ่งที่ชั่วช้ายิ่ง
พวกเขาไม่ได้คำนึงถึงอัลลอฮ์ เครือญาติ และพันธสัญญาใด ๆ ที่ได้ให้ไว้กับผู้ศรัทธา เนื่องจากพวกเขาเป็นปฏิปักษ์กับผู้ศรัทธา พวกเขาเป็นผู้ละเมิดขอบเขตของอัลลอฮ์ เพราะพวกมีคุณลักษณะของการอธรรมและการเป็นปฏิปักษ์
แล้วหากพวกเขาสำนึกผิดกลับตัวต่ออัลลอฮ์จากการปฏิเสธศรัทธา กล่าวปฏิญาณตน (เข้ารับอิสลาม) ดำรงไว้ซึ่งการละหมาด และจ่ายซะกาต (บริจาคทานภาคบังคับ) จากทรัพย์สินของพวกเขาแล้ว แน่นอนพวกเขาได้กลายเป็นผู้ศรัทธาและเป็นพี่น้องของพวกเจ้าในศาสนา พวกเขามีสิทธิและหน้าที่เหมือนกับพวกเจ้า ไม่อนุญาตให้พวกเจ้าเข่นฆ่าพวกเขา เนื่องจากการรับอิสลามของพวกเขาจะปกป้องเลือดเนื้อ ทรัพย์สิน และเกียรติของพวกเขา และเรา (อัลลอฮ์) จะแจกแจงโองการต่าง ๆ ให้ชัดแจ้งแก่กลุ่มชนที่รู้ เพราะพวกเขาเหล่านั้นจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์และให้ประโยชน์ต่อผู้อื่น
และหากบรรดาผู้ตั้งภาคีเหล่านั้นที่พวกเจ้าได้ทำสัญญาสงบศึกกับพวกเขาในระยะเวลาที่แน่นอนได้ทำลายสัญญาของพวกเขา ประณามและดูหมิ่นศาสนาของพวกเจ้า พวกเจ้าจงทำศึกกับพวกเขา เพราะพวกเขาเป็นผู้นำและแกนนำของการปฏิเสธศรัทธา และไม่มีสัญญาใด ๆ ที่จะปกป้องเลือดเนื้อของพวกเขาอีก จงทำศึกกับพวกเขาให้ถึงที่สุดโดยหวังว่า การปฏิเสธศรัทธาของพวกเขาจะสิ้นสุดลง การละเมิดสนธิสัญญาจะยุติลง และการดูแคลนต่อศาสนาจะหมดไป
โอ้ บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย ทำไมพวกเจ้าไม่ต่อสู้กับกลุ่มชนที่ทำลายสัญญาของพวกเขา และพยายาม(วางแผน)ในที่ประชุมที่ดารุลนัดวะห์เพื่อทำการขับไล่เราะซูลให้ออกไปจากนครมักกะห์ ทั้ง ๆ ที่พวกเขาเป็นฝ่ายริเริ่มทำศึกเป็นครั้งแรกเมื่อครั้นที่พวกเขาช่วยเผ่าบักร์ซึ่งเป็นพันธมิตรของชาวกุรอยช์ในการทำศึกกับเผ่าคุซาอะห์ซึ่งเป็นพันธมิตรของเราะซูล ศ็อลลัอลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม พวกเจ้ากลัวพวกเขากระนั้นหรือ จนทำให้พวกเจ้าไม่กล้าที่จะทำศึกกับพวกเขา? แท้จริงแล้วอัลลอฮ์ต่างหากที่พวกเจ้าสมควรกลัว หากพวกเจ้าเป็นผู้ศรัทธาอย่างแท้จริง
โอ้ บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย พวกเจ้าจงต่อสู้กับบรรดาผู้ตั้งภาคีเถิด เพราะหากพวกเจ้าต่อสู้กับพวกเขา อัลลอฮ์จะทรงลงโทษพวกเขาด้วยน้ำมือของพวกเจ้า โดยที่พวกเจ้าจะได้ฆ่าพวกเขาและหยามเกียรติของพวกเขาด้วยความพ่ายแพ้และจับเป็นเชลยศึก และพระองค์จะทรงช่วยเหลือพวกเจ้าให้ได้รับชัยชนะเหนือพวกเขา และจะทรงบำบัดความเจ็บป่วยที่มีในใจของบรรดาผู้ศรัทธาที่ไม่ได้ร่วมทำศึกด้วยการได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับศัตรูของพวกเขา เช่น ถูกฆ่าตาย ถูกจับเป็นเชลยศึก ความพ่ายแพ้ของศัตรู และชัยชนะของบรรดาผู้ศรัทธาทีมีเหนือศัตรู
และขจัดความกริ้วโกรธที่อยู่ในใจของบ่าวผู้ศรัทธาด้วยการได้รับชัยชนะเหนือศัตรู และอัลลอฮ์จะทรงอภัยโทษแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์จากบรรดาผู้ที่ดื้อดึงหากพวกเขากลับตัว ดังเช่นที่เกิดกับชาวมักกะฮ์บางคนในวันที่เปิดเมืองมักกะฮ์ แท้จริงแล้วอัลลอฮ์ทรงรอบรู้ความสัตย์จริงของการกลับตัวของพวกเขา อัลลอฮ์เป็นผู้ทรงปรีชาญาณในสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง ในการบริหารจัดการ และในบัญญัติของพระองค์
โอ้ บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย พวกเจ้าคิดหรือ ว่าอัลลอฮ์จะทรงปล่อยพวกเจ้าไปโดยที่ไม่ได้ทดสอบอะไรเลย? เพราะการทดสอบนั้นเป็นกฏหนึ่งของอัลลอฮ์ พวกเจ้าจะถูกทดสอบเพื่อที่อัลลอฮ์จะทรงรู้อย่างชัดแจ้งว่าบ่าวผู้ใดที่เสียสละด้วยความบริสุทธิ์ใจต่ออัลลอฮ์ และไม่ได้ยึดถือบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเป็นที่รักไว้เนื้อเชื่อใจพวกเขานอกจากอัลลอฮ์ เราะซูลของพระองค์ และบรรดาผู้ศรัทธา และอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงรอบรู้อย่างละเอียดในสิ่งที่พวกเจ้ากระทำ ไม่มีสิ่งใดที่จะซ่อนเร้นพระองค์ได้ และพระองค์จะทรงตอบแทนพวกเจ้าตามการกระทำของพวกเจ้า
ไม่สมควรสำหรับบรรดาผู้ตั้งภาคีทั้งหลายที่จะบูรณะบรรดามัสยิดของอัลลอฮ์ด้วยการเคารพบูชาหรือการจงรักภัคดีต่าง ๆ ทั้ง ๆ ที่พวกเขาสารภาพการปฏิเสธศรัทธาอย่างเปิดเผย ชนเหล่านั้นแหละการงานต่าง ๆ ของพวกเขาไร้ผล เพราะขาดเงื่อนไขของการตอบรับ นั้นก็คือการศรัทธา และในวันกียามะฮ์พวกเขาจะต้องเข้านรกพำนักอยู่ในนั้นอย่างถาวร เว้นแต่ผู้ที่กลับตัวจากการตั้งภาคีก่อนที่พวกเขาจะเสียชีวิต
แท้จริงผู้ที่สมควรที่จะบูรณะบรรดามัสยิดของอัลลอฮ์นั้น คือ ผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์เพียงพระองค์เดียวเท่านั้น ไม่ตั้งภาคีใด ๆ ต่อพระองค์ ศรัทธาในวันปรโลก ดำรงไว้ซึ่งการละหมาด จ่ายซากาตจากทรัพย์สินของเขา และไม่เกรงกลัวผู้ใดเว้นแต่อัลลอฮ์เพียงพระองค์เดียวเท่านั้น ดังนั้นพวกเขาเป็นคนที่ควรจะได้รับทางนำไปสู่หนทางที่เที่ยงตรง สวนบรรดาผู้ตั้งภาคีนั้นพวกเขาอยู่ห่างไกลจากหนทางดังกล่าว
โอ้บรรดาผู้ตั้งภาคี พวกเจ้าคิดหรือว่า บรรดาผู้ที่ให้บริการน้ำแก่ผู้ประกอบพิธีฮัจญ์และบูรณะมัสยิดฮะรอม จะเหมือนกับผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์โดยไม่ตั้งภาคีใด ๆ ต่อพระองค์ ศรัทธาในวันปรโลก และต่อสู้ด้วยชีวิตและทรัพย์สินของเขาเพื่อจะให้ศาสนาของอัลลอฮ์สูงส่ง และให้ศาสนาของบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่ำต้อย พวกเจ้าจะให้พวกเขามีความประเสร็ฐเท่าเทียมกัน ณ อัลลอฮ์หรือ? แน่นอนพวกเขาจะไม่เท่าเทียมกัน ณ อัลลอฮ์ และอัลลอฮ์จะไม่ทรงชี้นำกลุ่มชนที่อธรรมด้วยการตั้งภาคีต่อพระองค์ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะกระทำการงานที่ดีต่าง ๆ ก็ตาม เช่น การให้บริการน้ำแก่ผู้ประกอบพิธีฮัจญ์
บรรดาผู้ที่รวมการศรัทธาต่ออัลลอฮ์ การอพยพออกจากเมืองที่ปฏิเสธศรัทธาไปสู่เมืองอิสลาม และการต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮด้วยทรัพย์สินและชีวิต ย่อมเป็นผู้ที่มีระดับชั้นที่ยิ่งใหญ่ ณ อัลลอฮ์ และพวกเขาที่มีคุณสมบัติเหล่านี้แหละคือผู้ที่ได้รับชัยชนะด้วยสวนสวรรค์