Al-Quran
เลือกซูเราะห์
Surah 029
อัลอันกะบูต
บท แมงมุม
มนุษย์คิดหรือว่า ด้วยคำกล่าวของพวกเขาที่ว่า: "เราศรัทธาต่ออัลลอฮฺแล้ว" จากนั้นพวกเขาจะถูกปล่อยไว้ตามลำพังโดยไม่ถูกทดสอบถึงข้อเท็จจริงที่พวกเขากล่าวออกไปว่าพวกเขาเป็นผู้ศรัทธาจริงหรือไม่?! ความจริงไม่ใช่อย่างที่พวกเขาคิด
และโดยแน่นอน เราได้ทดสอบบรรดาผู้คนที่มาก่อนหน้าพวกเขาไปแล้ว ดังนั้นอัลลอฮฺจะทรงให้รู้แจ้งและจะเปิดเผยแก่พวกเจ้าถึงบรรดาผู้สัตย์จริงในการศรัทธาของพวกเขาและเปิดเผยถึงความเท็จของบรรดาผู้โกหก
หรือบรรดาผู้กระทำความชั่วทั้งหลาย เช่น การตั้งภาคี และอื่นๆ คิดว่าพวกเขาสามารถหลบหนีและรอดจากการลงโทษของเราได้? การตัดสินของพวกเขามันชั่งเลวร้ายจริงๆ เพราะพวกเขาไม่สามารถทที่จะหลบหนี้และเอาตัวรอดจากการลงโทษของอัลลอฮฺได้อย่างแน่นอน หากพวกเขาเสียชีวิตในสภาพที่ปฏิเสธศรัทธา
ผู้ใดหวังที่จะพบกับอัลลอฮฺในวันกิยามะฮฺเพื่อรับการตอบแทนจากพระองค์ ดังนั้นเขาพึ่งรู้เถิดว่า เวลาที่อัลลอฮฺทรงกำหนดนั้นจะมาถึงในไม่ช้า และพระองค์นั้นทรงได้ยินถึงถ้อยคำของบ่าว และทรงรอบรู้ถึงการงานของพวกเขา ไม่มีสิ่งใดจะซ่อนเร้นไปจากพระองค์ได้ และพระองค์จะทรงตอบแทนต่อการงานของพวกเขา
และผู้ใดที่ทุ่มเทในการเคารพภักดีและออกห่างจากความชั่ว และต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮฺ แท้จริงเขาได้ทุ่มเทต่อสู้เพื่อตัวของเขาเอง เพราะประโยชน์ของการทุ่มเทต่อสู้นั้นจะกลับคืนสู่ตัวของเขาเอง และอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงมั่งมีเหนือสิ่งที่ถูกสร้างทั้งหลาย การเคารพภัคดีและการทำบาปของพวกเขานั้นจะไม่ส่งผลใดๆ ต่อพระองค์
และบรรดาผู้ที่ศรัทธาและอดทนต่อบททดสอบของเราที่มีต่อพวกเขาและพวกเขาได้กระทำความดีทั้งหลาย แน่นอนเราจะลบล้างบาปทั้งหลายของพวกเขาด้วยความดีต่างๆที่พวกเขาได้กระทำไว้ และในโลกหน้าเราจะตอบแทนพวกเขาด้วยสิ่งที่ดีกว่าสิ่งที่พวกเขาได้เคยกระทำไว้ในโลกนี้
และเราได้สั่งเสียมนุษย์ให้กระทำความดีแก่บิดามารดาของเขา และหากทั้งสองได้บังคับเจ้า -โอ้ มนุษย์เอ๋ย- ให้ตั้งภาคีร่วมกับข้า -อย่างกรณีที่เกิดขึ้นกับเศาะหาบะฮฺที่ชื่อ สะอัด บิน อบี วะกอศ รอฎิยัลลอฮุอันฮุ กับมารดาของเขา- เจ้าจงอย่าเชื่อฟังท่านทั้งสองในเรื่องดังกล่าว เพราะจะไม่มีการเชื่อฟังต่อสิ่งที่ถูกสร้างใดๆ ในเรื่องที่เป็นการฝ่าฝืนผู้สร้าง (อัลลอฮฺ) ในวันกิยามะฮฺยังข้าเท่านั้นที่พวกเจ้าจะต้องกลับมา แล้วข้าจะแจ้งแก่พวกเจ้าถึงสิ่งที่พวกเจ้าได้กระทำไว้ในโลกนี้ และข้าจะทรงตอบแทนพวกเจ้าตามการกระทำนั้น
และบรรดาผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮฺและกระทำความดีทั้งหลายนั้น ในวันกิยามะฮฺเราจะให้พวกเขารวมอยู่ในหมู่คนดีทั้งหลาย โดยเราจะจัดรวมผู้ศรัทธาร่วมกับบรรดาคนดี และเราจะตอบแทนพวกผู้ศรัทธาเหมือนผลตอบแทนของพวกคนดี
และในหมู่มนุษย์นั้นมีผู้กล่าวว่า: "เราศรัทธาต่ออัลลอฮฺแล้ว" เมื่อบรรดาผู้ปฏิเสธได้สร้างความทุกข์ทรมานต่อการศรัทธาของเขา เขาก็จะถือเอาความทุกข์ยากของพวกเขานั้นเป็นเสมือนการลงโทษของอัลลอฮฺ เขาก็จะทิ้งการศรัทธาเพื่อให้สอดคล้องกับบรรดาผู้ปฏิเสธ และหากมีการช่วยเหลือจากพระผู้อภิบาลของเจ้าได้เกิดขึ้นแก่เจ้าแก่เจ้า -โอ้ รอสูลเอ๋ย- คนผู้นี้ก็จะกล่าวว่า: "แท้จริงพวกเราเคยอยู่ร่วมกับพวกท่านเป็นผู้ศรัทธาด้วยกัน" -โอ้ ผู้ศรัทธาเอ๋ย- และมิใช่อัลลอฮฺหรือที่ทรงรู้ดีถึงสิ่งที่อยู่ในจิตใจของมนุษย์?! การศรัทธาและการปฏิเสธศรัทธา ล้วนแล้วไม่สามารถจะปกปิดการรอบรู้ของพระองค์ได้ แล้วไฉนกัน พวกเขาจะปกปิดอัลลอฮฺต่อสิ่งที่อยู่ในจิตใจของพวกเขา ทั้งๆ ที่พระองค์ทรงรู้ดีเกี่ยวกับมันยิ่งกว่าพวกเขาเสียอีก
และแน่นอนอัลลอฮฺทรงรู้ดียิ่งถึงบรรดาผู้ศรัทธาที่แท้จริง และทรงรู้ดียิ่งถึงบรรดาผู้กลับหลอกที่เปิดเผยการศรัทธาแค่ภายนอกและปิดบังการปฏิเสธศรัทธาไว้ภายใน
และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาได้กล่าวแก่บรรดาผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮฺองค์เดียวว่า: "พวกเจ้าจงปฏิบัติตามศาสนาของเรา และเราจะแบกรับบาปต่างๆ ของพวกเจ้า แล้วเราจะรับผิดชอบต่อบาปต่างๆ นั้นแทนพวกเจ้า และพวกเขานั้นมิได้เป็นผู้แบกรับบาปต่างๆ ของพวกเขาเหล่านั้นแต่อย่างใด แท้จริงพวกเขาเป็นผู้โกหกในคำพูดของพวกเขาอย่างแน่นอน
และแน่นอนบรรดาผู้ตั้งภาคีที่เชิญชวนสู่ความเท็จ พวกเขาจะแบกรับบาปต่างๆ ที่พวกเขาได้กระทำไว้และร่วมไปถึงบาปต่างๆ ของผู้ติดตามจากการเชิญชวนของพวกเขาอย่างเต็มๆ โดยจะไม่ลดแม้แต่น้อย และแน่นอนในวันกิยามะฮฺพวกเขาจะถูกสอบสวนในสิ่งที่พวกเขาได้ประดิษฐ์ขึ้นในดุนยาจากเรื่องมดเท็จทั้งหลาย
และโดยแน่นอนเราได้ส่งนูหฺในฐานะรอสูลไปยังหมู่ชนของเขา และเขาใช้เวลาอยู่ร่วมกับพวกเขาเก้าร้อยห้าสิบปีเพื่อเชิญชวนพวกเขาสู่การให้เอกภาพต่ออัลลอฮฺ ปรากฏว่าพวกเขาไม่ยอมรับและยังคงปฏิเสธต่อไป ดังนั้นอุทกภัยได้คร่าชีวิตพวกเขาไปในขณะที่พวกเขาเป็นผู้อธรรมด้วยการปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮฺและไม่เชื่อฟังบรรดารอสูลของพระองค์ จนในที่สุดพวกเขาจมน้ำตาย
ดังนั้นเราได้ช่วยนูหฺและบรรดาผู้ศรัทธาที่อยู่พร้อมร่วมกับเขาในเรือให้รอดพ้นจากอุทกภัย และเราได้ทำให้เรือนั้นเป็นบทเรียนหนึ่งแก่ผู้คน เพื่อพวกเขาจะได้ใคร่ครวญกับมัน
และจงรำลึกเถิด -โอ้ รอสูลเอ๋ย- ถึงเรื่องราวของอิบรอฮีมขณะที่เขากล่าวแก่หมู่ชนของเขาว่า: "พวกเจ้าจงเคารพภักดีต่ออัลลอฮฺเพียงองค์เดียวเถิด และจงเกรงกลัวบทลงโทษของพระองค์ ด้วยการปฏิบัติตามคำสั่งใช้ของพระองค์และห่างไกลจากคำสั่งห้ามของพระองค์ สิ่งที่พวกท่านถูกสั่งใช้นั้น มันดีกว่าสำหรับพวกท่านหากพวกท่านรู้"
แท้จริงแล้วพวกท่าน -โอ้ บรรดาผู้ตั้งภาคีเอ๋ย- ได้ทำการเคารพสักการะรูปปั้นที่ไม่ให้ประโยชน์และไม่ให้โทษ และพวกท่านได้ทำการประดิษฐ์สิ่งเท็จขึ้นมาโดยอ้างว่ามันสมควรได้รับการเคารพสักการะ แท้จริงสิ่งที่พวกท่านเคารพสักการะอื่นจากอัลลอฮฺนั้น มันไม่มีอำนาจที่จะประทานเครื่องยังชีพแก่พวกท่าน ดังนั้น พวกท่านจงขอกับอัลลอฮฺเถิดเพราะพระองค์คือผู้ทรงประทานเครื่องยังชีพ และจงเคารพภักดีอัลลอฮฺเพียงองค์เดียวเถิด และจงขอบคุณพระองค์ที่ได้ประทานเครื่องยังชีพให้กับพวกท่าน ยังพระองค์เท่านั้นพวกท่านจะถูกนำกลับไปในวันกิยามะฮฺเพื่อสอบสวนและตอบแทน ซึ่งมิใช่ยังรูปปั้นต่างๆ ของพวกท่าน
และหากพวกท่าน -โอ้ บรรดาผู้ตั้งภาคี- ปฏิเสธสิ่งที่นบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้นำมา แท้จริงหลายประชาชาติที่มาก่อนหน้าพวกท่านก็ได้เคยปฏิเสธ เช่น หมู่ชนนูหฺ อ๊าด และษะมุด และหน้าที่ของรอสูลมิใช่อะไรอื่นนอกจากการเผยแพร่อันชัดแจ้งเท่านั้น และแน่นอนรอสูลได้ทำหน้าที่ตามคำบัญชาของพระผู้อภิบาลของเขาในการเผยแพร่แก่พวกท่านแล้ว
บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาไม่เห็นหรือว่า อัลลอฮฺทรงเริ่มต้นการสร้างอย่างไร? แล้วจะทรงให้มันกลับฟื้นคืนชีพหลังจากที่มันพินาศแล้วอย่างไร? แท้จริงนั่นเป็นการง่ายดายสำหรับอัลลอฮฺ พระองค์คือผู้ทรงเดชานุภาพเหนือทุกสิ่งไม่มีสิ่งใดทำให้พระองค์อ่อนแอได้
จงกล่าวเถิด -โอ้ รอสูลเอ๋ย- แก่บรรดาผู้ปฏิเสธต่อวันฟื้นคืนชีพว่า: พวกท่านจงท่องไปในแผ่นดิน แล้วพิจารณาดูว่าอัลลอฮฺทรงเริ่มต้นการสร้างอย่างไร แล้วอัลลอฮฺจะทรงให้มนุษย์มีชีวิตขึ้นมาเป็นครั้งที่สองหลังจากที่พวกเขาเสียชีวิตเพื่อสอบสวน แท้จริงอัลลอฮฺทรงอานุภาพเหนือทุกสิ่ง ไม่มีสิ่งใดทำให้พระองค์อ่อนแอได้ จะไม่เป็นเรื่องยากสำหรับพระองค์ในการทำให้มนุษย์ฟื้นคืนชีพ อย่างที่พระองค์ไม่ได้รู้สึกลำบากในการสร้างพวกเขามาในตอนแรก (คือเริ่มจากไม่มีอะไรเลย)