Al-Quran
เลือกซูเราะห์
Surah 030
อัรรูม
บท โรมัน
ในดินแดนที่ใกล้กับแคว้นชามค่อนไปทางอาณาจักรเปอร์เซีย และพวกโรมันนั้นหลังจากได้ปราชัยต่อชาวเปอร์เซียแล้ว พวกเขาจะมีชัยเหนือพวกเปอร์เซีย
ในเวลาไม่ต่ำกว่าสามปี และไม่เกินสิบปี ทุกกิจการเป็นสิทธิของอัลลอฮ์ทั้งสิ้น ทั้งก่อนและหลังการได้รับชัยชนะของโรมัน และวันที่โรมันมีชัยเหนือพวกเปอร์เซียนั้นบรรดาผู้ศรัทธาจะดีใจ
พวกเขามีความสุขด้วยการช่วยเหลือของอัลลอฮ์ที่มีต่อชาวโรมัน เนื่องจากพวกเขานั้นคือชาวคัมภีร์ พระองค์จะทรงช่วยเหลือผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และพระองค์เป็นผู้ทรงอำนาจที่ไม่ผู้ใดเอาชนะพระองค์ได้ ผู้ทรงเมตตาต่อปวงบ่าวผู้ศรัทธาเสมอ
ชัยชนะที่เกิดขึ้นนั้น มันคือสัญญาจากอัลลอฮ์ ตะอาลา ซึ่งพระองค์ไม่ผิดสัญญาอย่างแน่นอน และด้วยการเกิดขึ้นจริง (แห่งชัยชนะ) นั้นทำให้ผู้ศรัทธามีความเชื่อมั่นเพิ่มมากขึ้นต่อสัญญาของอัลลอฮ์เกี่ยวกับการได้รับชัยชนะ แต่มนุษย์ส่วนใหญ่ไม่เข้าใจ เนื่องด้วยการปฏิเสธศรัทธาของพวกเขา
พวกเขาไม่รู้จักศรัทธาและกฎของชะรีอะฮ์ พวกเขารู้เพียงแต่เรื่องผิวเผินของชีวิตทางโลกที่เกี่ยวข้องกับการหาเลี้ยงชีพ และความเจริญทางวัตถุเท่านั้น ในขณะที่พวกเขาหันหลังให้กับชีวิตจริงแห่งชีวิตหลังความตายโดยพวกเขาไม่สนใจมัน
บรรดาผู้ตั้งภาคีผู้ปฏิเสธมิได้ใคร่ครวญในสิ่งที่อัลลอฮ์สร้างในตัวของพวกเขาหรอกหรือว่า อัลลอฮ์ได้ทรงสร้างมันและทำให้มันสมบูรณ์ได้อย่างไร อัลลอฮ์มิได้สร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินเพื่อสิ่งอื่นใด เว้นแต่เพื่อความจริง พระองค์มิได้สร้างทั้งสองนั้นขึ้นมาโดยไร้ประโยชน์ และพระองค์ได้ทรงกำหนดเวลาที่แน่นอนไว้สำหรับทั้งสองนั้นในการอยู่บนโลกนี้ และแท้จริงแล้ว ส่วนมากของมนุษย์นั้น จะเป็นผู้ที่ไม่ศรัทธาต่อการพบกับพระผู้อภิบาลของพวกเขาในวันกิยามะฮ์ ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงไม่เตรียมพร้อมสำหรับวันแห่งการฟื้นคืนชีพด้วยการประกอบคุณงามความดี เป็นที่พึงพอพระทัย ณ พระผู้อภิบาลของพวกเขา
พวกเขาเหล่านั้นมิได้ท่องเที่ยวไปตามแผ่นดินหรอกหรือ เพื่อพิจารณาดูว่าจุดจบของประชาชาติผู้ปฏิเสธในยุคก่อนหน้าพวกเขาเป็นเช่นใร ประชาชาติเหล่านั้นมีพลังที่เข้มแข็งกว่าพวกเขา และพวกเขาเหล่านั้นขุดพรวนดินเพื่อเพาะปลูกและก่อสร้าง(เคหสถาน) ประชาชาติยุคก่อนก่อสร้างมันมากกว่าสิ่งที่พวกเขาก่อสร้าง และบรรดาเราะสูลของพวกเขาได้มาหาพวกเขาด้วยหลักฐานและเหตุผลอันชัดแจ้งที่แสดงถึงการเป็นพระเจ้าทรงเอกะของอัลลอฮ์ แต่แล้วพวกเขาก็ปฏิเสธ ดังนั้นอัลลอฮ์มิได้ทรงอธรรมต่อพวกเขาในขณะที่พระองค์ทรงทำลายพวกเขา แต่ว่าพวกเขาอธรรมต่อตัวของพวกเขาเองต่างหาก ด้วยการนำตัวของพวกเขาเองไปเผชิญกับความหายนะอันเนื่องมาจากการปฏิเสธศรัทธาของพวกเขา
แล้วบั้นปลายของบรรดาผู้ที่การกระทำความชั่วเหล่านั้นด้วยการตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์และประพฤติปฏิบัติในสิ่งที่ชั่วช้า บั้นปลายสุดท้ายที่ได้รับก็คือความชั่ว โดยที่พวกเขาปฏิเสธต่อสัญญาณทั้งหลายของอัลลอฮ์และพวกเขาเย้ยหยันและดูถูกมัน
อัลลอฮ์ทรงเริ่มการสร้างมวลมนุษย์โดยที่ไม่มีแบบอย่างมาก่อนหน้านี้ แล้วทรงให้มันสูญสลายไป แล้วทรงให้มันกลับมาเกิดอีกครั้ง แล้วยังพระองค์เท่านั้นที่พวกเจ้าจะถูกนำกลับไปเพื่อสอบสวนและตอบแทนในวันกิยามะฮ์
และในวันแห่งการฟื้นคืนชีพนั้นมาถึง บรรดาผู้กระทำผิดก็จะสิ้นหวังในความเมตตาของพระเจ้า ความหวังของพวกเขาถูกตัดขาดเนื่องจากเหตุผลที่พวกเขาไม่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์
และจะไม่มีผู้ใดจากบรรดาหุ้นส่วนของพวกเขา ผู้ที่พวกเขาเคยเคารพสักการะในโลกนี้ เป็นผู้ช่วยเหลือพวกเขาให้พ้นจากการลงโทษ และพวกเขาก็เป็นผู้ปฏิเสธบรรดาภาคีของพวกเขาเช่นกัน เพราะบรรดาภาคีเหล่านั้นได้ทอดทิ้งพวกเขาในยามที่พวกเขาต้องการ เนื่องจากพวกเขาทั้งหมดนั้นอยู่ในสภาพแห่งความหายนะที่เหมือนกัน
และเมื่อถึงวันกิยามะฮ์นั้น มนุษย์ทั้งหมดจะถูกแบ่งออกไปตามการกระทำของตนในโลก บางคนจะถูกเลื่อนขึ้นไปสู่ตำแหน่งสูงสุด ในขณะที่คนอื่น ๆ จะถูกลดระดับไปที่ต่ำสุดของระดับที่ต่ำที่สุด
ดังนั้น สำหรับบรรดาที่ผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และประกอบความดีอันเป็นที่พึงพอพระทัย ณ ที่พระองค์นั้น พวกเขาอยู่ในสรวงสวรรค์ก็จะปิติยินดีกับสิ่งที่พวกเขาได้รับในนั้น กับความผาสุขอันถาวร ซึ่งจะไม่ขาดหายไปตลอดกาล
ส่วนบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์ และปฏิเสธต่อโองการทั้งหลายของเราที่ถูกประทานลงมายังเราะสูลของเรา และปฏิเสธต่อการฟื้นคืนชีพและการสอบสวน ดังนั้น ชนเหล่านั้นจะถูกนำมาสู่การลงโทษ และพวกเขาจะอยู่กับการลงโทษนั้นอย่างถาวร
(เมื่อพวกเจ้าได้รู้ถึงการนั้นแล้ว) ดังนั้น พวกเจ้าจงกล่าวคำสดุดีแด่อัลลอฮ์(ซุบหานัลลอฮ์) เมื่อพวกเจ้าย่างเข้าสู่ยามเย็น นั่นคือเวลาละหมาดสองเวลา คือมัฆริบและอีชาอ์ และพวกเจ้าจงกล่าวคำสดุดีแด่พระองค์เมื่อพวกเจ้าย่างเข้าสู่เวลาเช้า นั่นคือเวลาของการละหมาดฟัจร์
มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของพระองค์เท่านั้น ทั้งในชั้นฟ้าทั้งหลายซึ่งบรรดามลาอิกะฮ์ได้ทำการสรรเสริญพระองค์ และในแผ่นดินที่ทุกสรรพสิ่งได้ทำการสรรเสริญพระองค์ และพวกเจ้าจงสรรเสริญแด่พระองค์เมื่อเข้าสู่เวลาพลบค่ำ คือเวลาละหมาดอัสรี และพวกเจ้าจงสรรเสริญแด่พระองค์เมื่อเข้าสู่เวลาละหมาดซุฮรี
พระองค์ทรงให้มีชีวิตหลังจากการตาย เช่น การให้มนุษย์มีชีวิตออกมาจากอสุจิและตัวอ่อนมีชีวิตออกมาจากไข่ และทรงให้ตายหลังจากมีชีวิต เช่น การให้อสุจิตายเมื่อออกมาจากมนุษย์และให้ไข่ไม่มีชีวิตเมื่อออกจากไก่ และทรงให้แผ่นดินมีชีวิตชีวาขึ้น หลังจากการแห้งแล้งของมันด้วยการหลั่งสายฝนลงมาและให้แผ่นดินงอกงาม และดั่งเช่นการให้แผ่นดินมีชีวิตชีวาโดยการให้มันงอกงามนั้นแหละ พวกเจ้าจะถูกนำออกมาจากหลุมฝังศพของพวกเจ้าเพื่อสอบสวนและตอบแทน
และส่วนหนึ่งจากสัญญาณต่าง ๆ อันยิ่งใหญ่ของอัลลอฮ์ที่บ่งชี้ถึงความสามารถและความเป็นเอกภาพของพระองค์ คือ การที่พระองค์ทรงสร้างพวกเจ้า -โอ้มนุษย์เอ๋ย- มาจากดิน เมื่อตอนที่พระองค์ทรงสร้างบรรพบุรุษของพวกเจ้าจากดิน แล้วพวกเจ้าเป็นมนุษย์ที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นด้วยการสืบพันธุ์ และพวกเจ้าก็ได้กระจัดกระจายไปทั่วผืนแผ่นดิน