Al-Quran
เลือกซูเราะห์
Surah 007
อัลอะอฺรอฟ
บท ยอดกำแพง
โอ้เราะสูลเอ่ย อัลกรุอานุลการีมเป็นคัมภีร์หนึ่งที่อัลลอฮ์ทรงประทานลงมาแก่เจ้า ดังนั้นจงอย่าได้มีความอึดอัด และลังเลในหัวอกของเจ้าเลย คัมภีร์นั้นถูกประทานลงมาแก่เจ้าเพื่อตักเตือนให้ผู้คนเกรงกลัว และให้มันเป็นหลักฐานอันชัดแจ้ง และเพื่อเป็นข้อเตือนใจแก่ผู้ศรัทธาทั้งหลาย เพราะพวกเขาคือผู้ที่ได้รับประโยชน์จากการตักเตือน
โอ้มวลมนุษย์ทั้งหลาย พวกเจ้าจงปฏิบัติตามคัมภีร์ที่ถูกประทานลงมาจากพระเจ้าของพวกเจ้าแก่พวกเจ้า และแนวทางของท่านนบีของพวกเจ้าเถิด และจงอย่าปฏิบัติตามความปรารถนาของพวกที่พวกเจ้าคิดว่าพวกเขาคือผู้คุ้มครองจากบรรดาชัยฏอนหรือผู้นำที่ไม่ดีที่ควบคุมพวกเจ้าให้ละทิ้งสิ่งที่อัลลอฮ์ได้ประทานลงมาแก่เจ้าเพื่อสิ่งที่พวกเขาปรารถนา แต่น้อยนักที่พวกเจ้าจะรำลึก หากพวกเขารำลึกแน่นอนพวกเจ้าจะไม่แสวงหาสัจธรรมอื่นนอกจากของพระองค์ และจะดำเนินตามสิ่งที่เราะซูลของพวกเจ้านำมา และปฏิบัติตามมัน และละทิ้งสิ่งอื่นที่นอกเหนือจากนั้น
กี่เมืองแล้วที่เราได้ทำลายมันด้วยบทลงโทษของเราเมื่อชาวเมืองนั้นยังคงอยู่ในการปฏิเสธและหลงผิด และบทลงโทษของเราอันเจ็บปวดก็ได้ลงมายังเมืองนั้น ในยามค่ำคืนที่มืดหรือยามกลางวัน และพวกเขาก็ไม่สามารถที่จะต่อต้านบทลงโทษให้รอดพ้นด้วยตัวของพวกเขาเอง และบรรดาพระเจ้าที่ถูกแอบอ้างว่าเป็นพระเจ้าของพวกเขาก็ไม่สามารถที่จะช่วยพวกเขาให้รอดจากบทลงโทษได้เช่นกัน
ไม่มีอะไรจากพวกเขาหลังจากที่การลงโทษได้ลงมา นอกจากการสารภาพด้วยตัวของพวกเขาเองซึ่งการอธรรมและการปฏิเสธของพวกเขาต่ออัลลอฮ์
ดังนั้นในวันแห่งการตัดสิน(วันกิยามะฮ์)แน่นอนเราจะถามประชาชาติต่างๆที่เราได้ส่งเราะสูลของเราไปยังพวกเขาในสิ่งที่บรรดาเราะสูลได้นำมา และแน่นอน เราจะถามบรรดาเราะสูลทั้งหลายถึงการส่งสาสน์ ที่เราได้สั่งพวกเขาให้ปฏิบัติ และการตอบรับของประชาชาติของพวกเขา
แล้วแน่นอนเราจะบอกให้ทุกสิ่งที่ถูกสร้างได้รู้ถึงการงานของพวกเขาที่ได้ปฏิบัติมาในโลกนี้ แท้จริงเราเป็นผู้รู้ถึงการงานของพวกเขาทั้งหมด และจะไม่หายไปจากเราเลย และเราไม่เคยหายไปจากพวกเขาในเวลาไหนก็ตาม
และตราชั่งการงานในวันกิยามะฮ์นั้นจะชั่งด้วยความยุติธรรม จะไม่เกินหรืออยุติธรรม ดังนั้นผู้ใดเมื่อถูกชั่งแล้วความดีของเขาหนักกว่าความชั่วของเขา ชนเหล่านี้แหละคือผู้ที่ได้รับความสำเร็จที่ต้องการ และรอดพ้นจากความกลัว
และผู้ใดเมื่อถูกชั่งแล้วความชั่วของเขาหนักกว่าความดีของเขาแล้ว ชนเหล่านี้แหละคือผู้ที่ก่อความสูญเสียให้แก่ตัวของพวกเขาเอง ที่จะนำไปสู่ความหายนะในวันกิยามะฮ์ เนื่องจากการปฏิเสธบรรดาโองการต่างๆของอัลลอฮ์
โอ้วงค์วานของอาดัมเอ๋ย แท้จริงแล้ว เราได้ทำให้พวกเจ้ามีที่พำนักอยู่ในผืนแผ่นดิน และเราได้ให้มีขึ้นแก่พวกเจ้า ซึ่งบรรดาเครื่องยังชีพในผืนแผ่นดินนั้น ดังนั้นสำหรับพวกเจ้าต้องขอบคุณอัลลอฮ์ถึงสิ่งนั้น แต่การขอบคุณของพวกเจ้านั้นมีเพียงน้อยนิด
โอ้มวลมนุษย์เอ๋ย แท้จริงเราได้บังเกิดอาดัมพ่อของพวกเจ้า แล้วเราได้ให้เขาเป็นรูปร่างที่ดียิ่ง และสวยงามยิ่ง แล้วเราได้สั่งให้มลาอิกะฮ์ ทำการก้มกราบแก่อาดัม เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่เขา แล้วพวกเขาก็ทำตามและนบนอบกัน นอกจากอิบลิสเท่านั้นที่ไม่ยอมก้มกราบเพราะความเย่อหยิ่งและละเมิด
อัลลอฮ์ ตะอาลา ทรงตรัส เพื่อเป็นการตำหนิอิบลิสว่า "อะไรเป็นสิ่งที่ขัดขวางเจ้ามิให้ปฏิบัติตามคำสั่งของข้าที่มีต่อเจ้าให้กราบอาดัม? อิบลิส ได้ตอบพระเจ้าของเขาว่า "สิ่งที่ได้ขัดขวางข้าพระองค์นั้นเพราะข้าพระองค์นั้นดีกว่าเขา โดยที่พระองค์ทรงบังเกิดข้าพระพระองค์จากไฟ และได้บังเกิดเขาจากดิน และไฟนั้นย่อมมีเกียรติกว่าดิน"
พระองค์ตรัสแก่เขาว่า "เจ้าจงลงจากสวนสวรรค์นั้นไปเสีย ไม่สมควรแก่เจ้าที่จะทำโอหังในนั้น เพราะเป็นที่พำนักสำหรับบรรดาคนดีที่บริสุทธิ์ ดังนั้นจึงไม่เป็นที่อนุญาตสำหรับเจ้าที่จะอยู่ในนั้น" โอ้อิบลิสเอ๋ย "แท้จริงเจ้านั้นอยู่ในหมู่ผู้ต่ำต้อยไม่มีเกียรติ แม้ว่าเจ้าเห็นว่าตัวเจ้านั้นมีเกียรติกว่าอาดัมก็ตาม"
อิบลิส กล่าวว่า "โอ้พระเจ้าของข้าพระองค์ได้โปรดประวิงเวลาให้แก่ข้าพระองค์จนถึงวันฟื้นคืนชีพด้วยเถิด จนข้าพระองค์นั้นชักชวนมวลมนุษย์ที่ข้าพระองค์สามารถชักชวนได้"
อัลลอฮ์ตรัสแก่เขาว่า "โอ้อิบลิส แท้จริงเจ้าอยู่ในหมู่ผู้ถูกประวิงเวลาที่ข้าไดบันทึกความตายให้พวกเขาเมื่อถึงวันที่มีการเป่าสังข์ครั้งแรก โดยที่สิ่งถูกสร้างทั้งหมดจะตายและเหลือผู้สร้างพวกเขาเพียงองค์เดียว"
อิบลิสกล่าวว่า "ด้วยเหตุที่พระองค์ทรงทำให้ข้าพระองค์นั้นหลงผิด จนข้าพระองค์ละทิ้งการปฏิบัติตามคำสั่งของพระองค์ นั่นคือ การก้มกราบต่ออาดัม แน่นอนข้าพระองค์จะติดตามวงศ์วานของอาดัมบนเส้นทางอันเที่ยงตรงของพระองค์ ข้าพระองค์จะทำให้พวกเขาหลงไปจากทางนั้น ดั่งที่ข้าพระองค์ได้หลงผิดต่อการก้มกราบอาดัม บิดาของพวกเขา"
"แล้วข้าพระองค์จะมายังพวกเขาทุกทิศทาง โดยการหลอกล่อพวกเขาด้วยการไม่สนใจต่อปรโลก และปรารถนาแต่ทางโลก และสร้างความคลุมเคลือ และทำให้ดูดีงามในการปฏิบัติตามอารมณ์ โอ้พระผู้อภิบาลของข้าพระองค์ พระองค์จะไม่พบว่าส่วนมากของพวกเขานั้น เป็นผู้ขอบคุณพระองค์ ในเมื่อข้าพระองค์ได้ให้ความหวังแก่พวกเขาผ่านการปฏิเสธศรัทธา"
พระองค์ตรัสว่า "โอ้อิบลิสเอ๋ย เจ้าจงออกจากสวนสวรรค์ไปในฐานะผู้ถูกติเตียน และถูกขับไล่จากความเมตตาของอัลลอฮ์ และข้าจะบรรจุให้เต็มนรกญะฮันนัมในวันกิยามะฮ์จากเจ้า และทุกคนที่ปฏิบัติตามเจ้า และเชื่อฟังเจ้า และไม่เชื่อฟังคำสั่งของพระเจ้าของเขา"
และอัลลอฮ์ได้ตรัสแก่อาดัมว่า "โอ้อาดัมเอ๋ย! เจ้าและคู่ครองเจ้า ฮาวาอ์ จงอยู่ในสวนสวรรค์นั้นเถิด แล้วจงบริโภคสิ่งที่ดีต่างๆ ตามที่เจ้าทั้งสองประสงค์ และเจ้าทั้งสองอย่ารับประทานจากต้นไม้ต้นนี้ (ต้นไม้ที่อัลลอฮฺทรงกำหนดให้แก่เขาทั้งสอง) แล้วถ้าหากเจ้าทั้งสองรับประทานจากต้นไม้นั้นหลังจากที่อัลลอฮ์ทรงห้ามพวกเจ้าทั้งสองแล้ว เจ้าทั้งสองก็จะอยู่ในหมู่ผู้ละเมิดขอบเขตของอัลลอฮ์"
แล้วอิบลิสก็ได้บอกแก่ทั้งสองด้วยการกระซิบ เพื่อให้ทั้งสองเปิดเผยซึ่งสิ่งที่ถูกปกปิดสำหรับทั้งสองไว้ นั่นคือสิ่งอันพึงละอายของเขาทั้งสอง และอิบลิสได้กล่าวแก่เขาทั้งสองว่า "พระเจ้าของท่านทั้งสองมิได้ทรงห้ามท่านทั้งสองรับประทานจากต้นไม้ต้นนี้ นอกจากไม่อยากให้ท่านทั้งสองกลายเป็นมลาอิกะฮ์ หรือไม่ก็ไม่อยากให้ท่านทั้งสองกลายเป็นผู้อยู่ในสวนสวรรค์ตลอดกาล"