Al-Quran
เลือกซูเราะห์
Surah 006
อัลอันอาม
บท ปศุสัตว์
การอธิบายถึงคุณลักษณะที่สมบูรณ์แบบ และการสรรเสริญถึงคุณงามความดีอันประเสริฐที่มาพร้อมกับความรักนั้นเป็นสิทธิของอัลลอฮ์ ผู้ทรงสร้างบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดินโดยไม่มีต้นแบบอื่นมาก่อน และได้ทรงสร้างกลางวันและกลางคืนให้มันหมุนเวียนสลับกันไป ซึ่งกลางคืนพระองค์ได้ทรงทำให้มันมีความมืดและกลางวันทรงทำให้มันมีแสงสว่าง ถึงอย่างไรก็ตามแต่บรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธานั้น ก็ยังให้ (สิ่งอื่น) เท่าเทียมกับพระเจ้าของเขา และกำหนดให้สิ่งนั้นเป็นภาคีคู่กับพระองค์อยู่
โอ้มนุษย์เอ๋ย พระองค์คือผู้ที่ทรงบังเกิดพวกเจ้าจากดินที่ได้สร้างบิดาของพวกเจ้ามาจากมัน คือนบีอาดัม อลัยฮิสสลาม แล้วได้ทรงกำหนดเวลาการดำเนินชีวิตในโลกดุนยาของพวกเจ้า และทรงกำหนดเวลาที่ถูกระบุไว้อีกกำหนดหนึ่งที่ไมมีใครรู้ถึงเกี่ยวกับมันเว้นเสียแต่เขานั้นคือผู้ที่เป็นผู้ที่บังเกิดพวกเจ้า ณ วันกิยามะฮฺ แต่แล้วพวกเจ้าก็ยังสงสัยในความปรีชาสามารถของพระองค์ต่อการบังเกิดให้ฟื้นคืนชีพหลังความตาย
และพระองค์นั้นคือ พระเจ้าที่ถูกกราบไหว้โดยเที่ยงแท้ทั้งในบรรดาชั้นฟ้าและในแผ่นดิน ไม่มีสิ่งใดที่จะปกปิดเป็นความลับต่อพระองค์ได้ ดังนั้นพระองค์ทรงรู้ถึงสิ่งที่พวกเจ้านั้นกำลังปกปิดจากสิ่งที่เป็นการตั้งเจตนา คำพูด หรือการงาน และสิ่งที่พวกเจ้ากำลังเปิดเผยมันจากสิ่งนั้น และพระองค์ก็จะทรงตอบแทนมันต่อพวกเจ้า
และไม่มีหลักฐานอันใดที่มายังบรรดาพวกที่ตั้งภาคีที่มาจากพระเจ้าของพวกเขา เว้นเสียแต่พวกเขานั้นได้ทิ้งมันไป โดยไม่แยแสกับมันเลย แท้จริงหลักฐานที่เห็นได้ชัดและข้อพิสูจน์ต่างๆที่โจ่งแจ้งนั้น ที่ชี้ให้เห็นถึงความเป็นเอกภาพของอัลลอฮฺก็ได้มายังพวกเขาแล้ว และโองการต่างๆ ที่ได้ชี้ให้เห็นถึงความสัจจะของบรรดาศาสนทูตของพระองค์ก็ได้มายังพวกเขาเช่นเดียวกัน แต่แล้วพวกเขาก็ได้ปฏิเสธมัน โดยที่พวกเขาไม่สะทกสะท้านอะไรเกี่ยวกับมันเลย
และหากว่าพวกเขาได้ปฏิเสธหลักฐานอันชัดแจ้งและข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนอันนั้น แน่นอนพวกเขาได้ปฏิเสธต่อสิ่งที่มันมีความชัดเจนยิ่งกว่า พวกเขาได้ปฏิเสธต่อสิ่งที่มูฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮฺวะซัลลัม นำมาจากอัลกุรอ่าน และพวกเขาก็จะได้ทราบว่าสิ่งที่พวกเขาได้เคยเย้ยหยันมันเอาไว้นั้น จากสิ่งที่ยังพวกเขามันคือ ความจริง ก็ต่อเมื่อตอนที่พวกเขานั้นได้เห็นถึงการลงโทษในวันกิยามะฮฺ
พวกปฏิเสธศรัทธาเหล่านั้นมิได้รู้ดอกหรือว่า แนวทางการทำลายล้างของอัลลอฮฺที่มีต่อบรรดาประชาชาติที่เป็นผู้อธรรมนั้นเป็นเช่นใด?! แน่นอนอัลลอฮฺนั้นได้ทำลายล้างหลายๆประชาชาติมาแล้วก่อนหน้าพวกเขา พระองค์ได้ให้พวกเขามีอำนาจและความสามารถในแผ่นดิน ซึ่งสิ่งที่พระองค์มิได้ให้มีแก่พวกปฏิเสธศรัทธาเหล่านั้น และพระองค์ได้ประทานฝนลงมายังพวกเขาอย่างต่อเนื่อง และพระองค์ได้ให้มีแม่น้ำหลายสายไหลอยู่เบื้องล่างที่พักอาศัยของพวกเขา แต่แล้วพวกเขาก็ได้ฝ่าฝืนต่ออัลลอฮฺ แล้วพระองค์ก็ทำลายพวกเขาเสีย เนื่องด้วยการก่อกรรมทำบาปของพวกเขา และพระองค์ได้สร้างให้มีขึ้นหลังจากพวกเขาซี่งประชาชาติอื่น
และหากเราได้ประทานลงมาให้แก่เจ้า โอ้เราะซูล ซึ่งคัมภีร์ฉบับหนึ่งที่ถูกจารึกไว้ในกระดาษ และพวกเจ้าก็จงมองสังเกตมันด้วยดวงตาของพวกเจ้า และก็สร้างความมั่นใจจากสิ่งนั้น โดยการให้พวกเขาสัมผัสคัมภีร์นั้นด้วยมือของพวกเขาเอง แน่นอนพวกเขาก็จะไม่ศรัทธาต่อมัน โดยปฏิเสธความจริงทั้ง ๆ ที่รู้และสร้างความยุ่งยาก และแน่นอนบรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาย่อมกล่าวว่า สิ่งที่เจ้านำมันมานั้น มันมิใช่อื่นใดนอกจากมายากลอันชัดแจ้งเท่านั้น ดังนั้นพวกเราก็จะไม่ศรัทธาต่อมัน
และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเหล่านั้นได้กล่าวว่า หากว่าอัลลอฮฺได้ให้มะลักลงมาเคียงกับมูฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม มาบอกกับเราและเป็นพยานว่าเขานั้นเป็นผู้ส่งสาร แน่นอนเราก็จะศรัทธา และหากว่าเราได้ให้มะลักลงมาตามแบบที่พวกเขาต้องการนั้น แน่นอนเราจะทรงทำลายล้างพวกเขาหากพวกเขานั้นไม่ศรัทธา แล้วพวกเขาก็จะไม่ถูกประวิงเวลาให้เพื่อการกลับเนื้อกลับตัวหากเขานั้นได้ลงมา
และหากว่าเราได้ทำให้ผู้ส่งสารไปยังพวกเขานั้นกลายเป็นมะลัก แน่นอนเราก็ย่อมทำให้เขานั้นอยู่ในรูปของผู้ชาย เพื่อที่พวกเขานั้นสามารถรับฟังเขาและสืบทอดจากเขา แน่นอนพวกเขาไม่สามารถกระทำสิ่งนั้นได้กับมะลักบนรูปร่างที่อัลลอฮฺนั้นได้ทรงสร้างเขามา และหากเราได้ทำให้เขานั้นอยู่ในรูปของผู้ชาย แน่นอนสิ่งนั้นย่อมเป็นที่คลุมเครือแก่พวกเขา
แล้วหากว่าพวกเขาเหล่านั้นเย้ยหยันด้วยการขอให้การลงมาของมะลักนั้นมาพร้อมกับเจ้า แน่นอนประชาชาติที่มาก่อนหน้าเจ้านั้นก็เคยเย้ยหยันบรรดาเราะซูลของพวกเขามาแล้ว ดังนั้นการลงโทษก็ได้ห้อมล้อมพวกเขาแล้ว เพราะพวกเขานั้นต่อต้านเขา และเย้ยหยันต่อเขา ครั้งเมื่อตอนที่เขานั้นข่มขู่พวกเขา
จงกล่าวเถิด โอ้เราะซูล แก่บรรดาผู้ปฏิเสธที่เย้ยหยันเหล่านั้นว่า : พวกท่านจงเดินไปในแผ่นดินเถิด แล้วจงดูว่า ผลสุดท้ายของบรรดาผู้ปฏิเสธต่อบรรดาเราะซูลของอัลลอฮฺนั้นเป็นอย่างไรบ้าง แน่นอนบทลงโทษของอัลลอฮฺก็ได้ประสบกับพวกเขาหลังจากที่พวกเขานั้นมีทั้งความแข็งแรงและความต้านทาน
จงกล่าวแก่พวกเขาเถิด โอ้เราะซูล ว่า : ใครคือเจ้าของบรรดาชั้นฟ้าทั้งหลาย และเป็นเจ้าของแผ่นดิน และเป็นเจ้าของทุกสิ่งที่อยู่ในบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดิน? จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) ว่า : ทั้งหมดมันเป็นของอัลลอฮฺ พระองค์ได้ทรงกำหนดการเอ็นดูเมตตาไว้บนตัวของพระองค์ เป็นการยกให้เกียรติของพระองค์แด่ปวงบ่าวของพระองค์ ดังนั้นพวกเขาจะไม่ถูกเร่งรีบด้วยกับบทลงโทษจนกระทั่งแม้ว่าพวกเขานั้นไม่ได้กลับเนื้อกลับตัว พระองค์จะทรงรวบรวมพวกเขาทั้งหมดในวันกิยามะฮฺ นี่คือวันที่ไม่มีการสงสัยใด ๆ ในวันนั้น บรรดาผู้ที่ทำให้ตัวของพวกเขาขาดทุนเนื่องด้วยการปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮฺ พวกเขาก็จะไม่ศรัทธา ดังนั้นพวกเขาก็จะทำให้ตัวของพวกเขานั้นอยู่กับการขาดทุน
และแด่อัลลอฮฺเพียงผู้เดียวเท่านั้น ที่เป็นเจ้าของทุก ๆ สิ่ง จากสิ่งที่สงบเงียบอยู่ในเวลากลางคืนและกลางวัน และพระองค์คือผู้ทรงได้ยินคำพูดของพวกเขา ผู้ทรงรอบรู้ถึงการงานของพวกเขา และพระองค์ก็จะทรงตอบแทนพวกเขาบนมัน
จงกล่าวเถิด โอ้เราะซูล แก่บรรดาพวกที่ตั้งภาคีที่เคารพบูชาพร้อมกันกับอัลลอฮฺซึ่งสิ่งอื่นที่นอกเหนือจากพระองค์ จากบรรดาเจว็ดและสิ่งที่นอกเหนือจากมัน ว่า : สมองมันรับได้หรือ การที่ฉันนั้นจะเอาสิ่งอื่นที่นอกเหนือจากอัลลอฮฺมาเป็นที่พึ่งโดยการที่ฉันจะต้องขอความคุ้มครองจากเขาและขอความช่วยเหลือจากเขา?! ซึ่งพระองค์เป็นผู้สร้างบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดินที่ไม่เหมือนกับสิ่งใดมาก่อน ฉะนั้นแล้วทั้งสองสิ่งนี้ไม่เคยถูกสร้างมาก่อนเลย และพระองค์คือผู้ที่ทรงประทานปัจจัยยังชีพแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์จากบรรดาบ่าวของพระองค์ และไม่มีใครคนใดจากบรรดาบ่าวของพระองค์ที่คอยประทานปัจจัยยังชีพให้แก่พระองค์ ดังนั้นพระองค์คือผู้ที่ทรงร่ำรวยไปจากบรรดาบ่าวของพระองค์ และบรรดาบ่าวของพระองค์นั้นคือบรรดาผู้ที่ขัดสนยังต้องพึ่งพระองค์อยู่ จงกล่าวเถิด โอ้เราะซูล ว่า : แท้จริงพระผู้ทรงอภิบาล ผู้ทรงบริสุทธิ์ยิ่งนั้น สั่งใช้ให้ฉันเป็นคนแรกที่สวามิภักดิ์ต่ออัลลอฮฺและยอมจำนนต่อพระองค์ในประชาชาตินี้ และได้สั่งห้ามฉันว่าอย่าได้เป็นส่วนหนึ่งในหมู่ผู้ที่ตั้งสิ่งอื่นใดเป็นภาคีต่อพระองค์เด็ดขาด
จงกล่าวเถิด โอ้เราะซูล ว่า แท้จริงฉันกลัว หากฉันได้ฝ่าฝืนต่ออัลลอฮฺด้วยการกระทำในสิ่งที่พระองค์นั้นได้ทรงห้ามแก่ฉัน ซึ่งจากการตั้งภาคีและสิ่งที่นอกเหนือจากนั้น หรือละทิ้งสิ่งที่พระองค์ได้สั่งใช้ฉันให้ปฏิบัติมัน ซึ่งจากการศรัทธาและสิ่งที่นอกเหนือจากนั้นจากการเชื่อฟังทั้งหลาย ที่พระองค์นั้นจะลงโทษฉัน ซึ่งการลงโทษที่ยิ่งใหญ่ในวันกิยามะฮฺ
ผู้ใดที่อัลลอฮฺทำให้เขานั้นห่างไกลจากบทลงโทษในวันกิยามะฮฺ แท้จริงเขานั้นได้รับชัยชนะแล้ว ด้วยกับความเอ็นดูเมตตาของอัลลอฮฺที่มอบให้แก่เขา และการรอดพ้นจากการลงโทษนั่น คือ ชัยชนะที่ชัดเจนที่ไม่มีชัยชนะใดที่จะเทียบเคียงเท่ามันได้
และหากว่าภัยพิบัติอย่างหนึ่งอย่างใดที่มาจากอัลลอฮฺมันได้มาประสบกับเจ้า โอ้ลูกของอาดัมเอ๋ย แน่นอนไม่มีใครปกป้องภัยพิบัตินั้นไปจากพระองค์ได้ นอกจากอัลลอฮฺเท่านั้น และหากความดีอย่างหนึ่งอย่างใดที่มาจากพระองค์ได้มาประสบแก่เจ้า แน่นอนไม่มีใครห้ามมันได้จากสิ่งนั้น และไม่มีใครสามารถปฏิเสธความประเสริฐของมันได้ ดังนั้นพระองค์ คือ ผู้ทรงเดชานุภาพเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง
และพระองค์คือผู้ทรงชนะเหนือปวงบ่าวของพระองค์ที่มีความต่ำต้อยอันเหมาะสมแล้วสำหรับพวกเขา พระองค์เป็นผู้ทรงสูงส่งเหนือพวกเขาในทุก ๆ ด้าน ไม่มีอะไรที่จะทำให้พระองค์อ่อนแอได้ และไม่มีใครจะชนะเหนือพระองค์ได้ ทั้งหมดจะอยู่ภายใต้พระองค์ พระองค์ทรงอยู่เหนือปวงบ่าวของพระองค์ตามความเหมาะสมสำหรับพระองค์ผู้ทรงมหาบริสุทธิ์ และพระองค์คือผู้ทรงปรีชาญาณในการสร้าง การบริหาร และการบัญญัติของพระองค์เอง ผู้ทรงรอบรู้อย่างละเอียดถี่ถ้วนไม่มีสิ่งใดซุกซ่อนต่อพระองค์ได้
จงกล่าวเถิด โอ้เราะซูล แก่บรรดาผู้ตั้งภาคีและปฏิเสธเจ้าว่า : สิ่งใดเล่าที่จะประเสริฐและยิ่งใหญ่ที่สุดในการเป็นพยานแห่งความสัจจะของฉัน? จงกล่าวเถิดว่า : อัลลอฮฺผู้ทรงยิ่งใหญ่ที่สุดและประเสริฐยิ่งผู้ทรงเป็นพยานแห่งความสัจจะของฉัน พระองค์คือผู้เป็นพยานระหว่างฉันกับพวกเจ้า พระองค์ทรงรู้ดีถึงสิ่งที่ฉันได้นำมันมาแก่พวกเจ้า และสิ่งพวกเจ้ากำลังจะโต้แย้งมัน และแท้จริงนั้นอัลลอฮฺได้ประทานวะฮฺยูให้แก่ฉัน คืออัลกุรอ่าน เพื่อที่ฉันจะได้ใช้มันตักเตือนพวกเจ้า และใช้มันตักเตือนทั้งหมู่มนุษย์และญิน โอ้บรรดาผู้ที่ตั้งภาคี พวกท่านจะยังศรัทธาและเคารพสักการะสิ่งอื่นร่วมกับอัลลอฮฺกระนั้นหรือ จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) ว่า : ฉันจะไม่รับรองในสิ่งที่พวกท่านนั้นเห็นด้วยกับมัน มันไร้ประโยชน์ จงกล่าวเถิด แท้จริงอัลลอฮฺนั้นคือพระเจ้าองค์เดียวเท่านั้น ไม่มีภาคีใด ๆ สำหรับพระองค์ และแท้จริงฉันขอปลีกตัวออกจากสิ่งที่พวกเจ้าตั้งมันเป็นภาคีกับพระองค์ทั้งหมด
บรรดายิวที่เราได้ให้คัมภีร์อัล-เตารอฮฺแก่พวกเขา และบรรดาคริสเตียนที่เราได้ให้คัมภีร์อัล-อินญีลแก่พวกเขาเช่นกันนั้น พวกเขารู้จักท่านนบีมูฮัมมัดดียิ่ง เช่นเดียวกับการที่พวกเขารู้จักลูก ๆ ของพวกเขาเอง อย่างไรก็จะไม่สับสนกับลูก ๆ ของคนอื่น ดังนั้นพวกเขาเองต่างหากที่ทำให้พวกเขาขาดทุนโดยยอมตกนรก โดยที่พวกเขาไม่ยอมศรัทธา