Al-Quran
เลือกซูเราะห์
Surah 003
อาลิอิมรอน
บท วงศ์วานแห่งอิมรอน
(อลิฟ-ลาม-มีม) เป็นอักษรที่ถูกอ่านเป็นชื่ออักษรเป็นคำๆ ซึ่งผ่านมาแล้วในซูเราะฮ์อัลบะกอเราะฮ์ และในซูเราะฮ์นี้นั้น ได้บ่งชี้ถึงความอ่อนแอของชาวอาหรับในการที่จะนำมาซึ่งสิ่งที่คล้ายกับอัลกุรอาน ทั้งที่อัลกุรอานก็ประกอบด้วยตัวอักษรเหล่านี้ อย่างที่ใช้เริ่มกับซูเราะฮ์นี้ และมันคืออักษรที่พวกเขาเรียบเรียงกันในการสนทนาของพวกเขา
อัลลอฮ์คือผู้ซึ่งไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ถูกเคารพสักการะอันเที่ยงแท้ นอกจากพระองค์เพียงองค์เดียวเท่านั้น ผู้ทรงมีชีวิต ด้วยชีวิตที่สมบูรณ์ไม่มีการตายและไม่มีข้อบกพร่องใดๆ ผู้ทรงดำรงด้วยพระองค์เองไม่ต้องพึ่งพาเหล่าสิ่งถูกสร้างของพระองค์ และสิ่งถูกสร้างทั้งหมดจะต้องพึ่งพาพระองค์ตลอดเวลาไม่สามารถขาดได้
โอ้ท่านนบี เราได้ประทานอัลกุรอานทยอยลงมาแก่เจ้าด้วยความจริงในเรื่องราว และยุติธรรมในคำตัดสินต่างๆ ซึ่งสอดคล้องกับสิ่งที่มีในบรรดาคำภีร์ก่อนหน้านี้ โดยไม่มีความขัดแย้งระหว่างกัน และได้ประทานคัมภีร์อัตเตารอตแก่มูซาและอัล-อินญีลแก่อีซา อลัยฮิมัสสลาม ก่อนที่อัลกุรอานจะถูกประทานลงมาแก่เจ้า คัมภีร์เหล่านี้ล้วนแล้วเป็นทางนำและคำชี้แนะแก่ผู้คนสู่ความดีด้านศาสนาและด้านโลกของพวกเขา และได้ทรงประทานอัล-ฟุรกอนซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ได้รู้จักถึงความถูกต้องจากความเท็จ และทางที่ถูกจากทางที่ผิด ส่วนบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่อบรรดาโองการของอัลลอฮ์ที่ได้ประทานลงมาแก่เจ้านั้น สำหรับพวกเขาคือการลงโทษอันเจ็บปวด และอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงเดชานุภาพเหนือทุกสิ่ง ผู้ทรงทำการลงโทษสำหรับผู้ที่ปฏิเสธต่อบรรดาเราะสูลและฝ่าฝืนคำสั่งของพระองค์
โอ้ท่านนบี เราได้ประทานอัลกุรอานทยอยลงมาแก่เจ้าด้วยความจริงในเรื่องราว และยุติธรรมในคำตัดสินต่างๆ ซึ่งสอดคล้องกับสิ่งที่มีในบรรดาคำภีร์ก่อนหน้านี้ โดยไม่มีความขัดแย้งระหว่างกัน และได้ประทานคัมภีร์อัตเตารอตแก่มูซาและอัล-อินญีลแก่อีซา อลัยฮิมัสสลาม ก่อนที่อัลกุรอานจะถูกประทานลงมาแก่เจ้า คัมภีร์เหล่านี้ล้วนแล้วเป็นทางนำและคำชี้แนะแก่ผู้คนสู่ความดีด้านศาสนาและด้านโลกของพวกเขา และได้ทรงประทานอัล-ฟุรกอนซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ได้รู้จักถึงความถูกต้องจากความเท็จ และทางที่ถูกจากทางที่ผิด ส่วนบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่อบรรดาโองการของอัลลอฮ์ที่ได้ประทานลงมาแก่เจ้านั้น สำหรับพวกเขาคือการลงโทษอันเจ็บปวด และอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงเดชานุภาพเหนือทุกสิ่ง ผู้ทรงทำการลงโทษสำหรับผู้ที่ปฏิเสธต่อบรรดาเราะสูลและฝ่าฝืนคำสั่งของพระองค์
แท้จริงอัลลอฮ์นั้น ไม่มีสิ่งใดในแผ่นดินและในฟากฟ้าจะซ่อนเร้นจากพระองค์ไปได้ ความรู้ของพระองค์ได้ครอบคลุมทุกสิ่งทั้งที่เปิดเผยและไม่เปิดเผย
พระองค์เป็นผู้ที่สร้างพวกเจ้าให้มีรูปร่างต่างๆในครรภ์มารดาของพวกเจ้าตามที่พระองค์ทรงประสงค์ จากผู้ชายหรือผู้หญิง รูปร่างดีหรือน่ารังเกียจและขาวหรือดำ ไม่มีสิ่งใดที่ควรได้รับการเคารพสักการะอย่างแท้จริงนอกจากพระองค์เท่านั้น ผู้ทรงเดชานุภาพที่ไม่มีผู้ใดเหนือพระองค์ ผู้ทรงปรีชาญาณในการสร้าง การจัดการและบทบัญญัติของพระองค์
พระองค์คือผู้ทรงประทานคัมภีร์อัลกุรอานลงมาแก่เจ้า -โอ้ท่านนบี- ซึ่งจากอัลกุรอานนั้น มีหลายโองการที่มีความหมายชัดแจ้ง ซึ่งโองการเหล่านั้นคือหลักของคัมภีร์และเป็นโองการส่วนใหญ่ของมัน และเป็นที่อ้างอิงเมื่อมีความขัดแย้งกัน นอกจากนี้ยังมีโองการอื่นๆ ที่มีความหมายมากกว่าหนึ่งความหมายและทำให้คนทั่วไปสับสน ส่วนบรรดาผู้ที่หัวใจของพวกเขามีการโน้มเอียงไปในทางที่ผิด พวกเขาจะละทิ้งโองการที่เป็นหลักที่ชัดแจ้ง และยึดเอาโองการที่มีความหมายเป็นนัย เพื่อสร้างความคลุมเครือและชักนำผู้คนให้หลงผิด และหวังตีความโองการเหล่านั้นตามความต้องการและให้สอดคล้องกับสำนักคิดที่ผิดๆ ของพวกเขา ไม่มีใครรู้ความหมายที่แท้จริงของโองการเหล่านั้นนอกจากอัลลอฮ์เท่านั้น ส่วนบรรดาผู้ที่มั่นคงในความรู้นั้น พวกเขาจะกล่าวว่า "เราศรัทธาต่ออัลกุรอานทั้งหมด(ทุกโองการทั้งที่มีความหมายชัดแจ้งและที่มีความหมายเป็นนัย) เพราะมันมาจากอัลลอฮ์ทั้งสิ้น" และพวกเขาจะตีความโองการที่มีความหมายเป็นนัยด้วยการใช้โองการที่มีคความหมายที่ชัดแจ้ง และไม่มีผู้ใดได้รับบทเรียนและคำเตือนนอกจากบรรดาผู้ที่มีสติปัญญาเท่านั้น
และบรรดาผู้ที่มั่นคงในความรู้ พวกเขากล่าวว่า "โอ้พระผู้อภิบาลของเรา โปรดอย่าให้หัวใจของเราโน้มเอียงออกจากความจริง หลังจากที่พระองค์ได้ให้ทางนำแก่เรา และทรงทำให้เราปลอดภัยจากสิ่งที่กลุ่มผู้ที่หลงทางได้ประสบ และโปรดประทานแก่เราซึ่งความเอ็นดูเมตตาอันกว้างขวางจากพระองค์เพื่อให้หัวใจของเราได้รับทางนำ และปกป้องเราจากการหลงผิด โอ้พระผู้อภิบาลของเรา แท้จริงพระองค์ผู้ทรงมากด้วยการให้เสมอ
โอ้พระผู้อภิบาลของเรา แท้จริงพระองค์นั้น เป็นผู้ชุมนุมมนุษย์ทั้งหลายเพื่อสอบสวนพวกเขาในวันหนึ่งซี่งไม่มีการสงสัยใดๆ ในวันนั้น เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โอ้พระผู้เป็นเจ้าของเรา แท้จริงอัลลอฮ์นั้น จะไม่ทรงผิดสัญญา
แท้จริงบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์และต่อเราะซูลของพระองค์นั้น ไม่มีสิ่งใดจะปกป้องพวกเขาให้รอดพ้นจากการลงโทษของอัลลอฮ์ได้ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินหรือลูกๆ ของพวกเขาทั้งในโลกนี้และวันปรโลก และกลุ่มชนที่มีคุณลักษณะเหล่านี้พวกเขาคือไม้ฟืนสำหรับนรกญะฮันนัมซึ่งจะถูกเผาในวันกิยามะฮ์
และสภาพของบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเช่นเดียวกับสภาพของวงศ์วานของฟิรเอาน์และบรรดาผู้ที่มาก่อนหน้าพวกเขาที่ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์และไม่เชื่อต่อบรรดาโองการของพระองค์ ดังนั้นอัลลอฮ์ทรงลงโทษพวกเขาเนื่องด้วยความผิดของพวกเขา ทรัพย์สินและบุตรหลานของพวกเขาจะไม่เป็นประโยชน์ใดๆต่อพวกเขา และอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงเข็มงวดในการลงโทษต่อบรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาต่อพระองค์และปฏิเสธต่อโองการของพระองค์
จงกล่าวเถิด -โอ้ท่านเราะสูล- แก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาไม่ว่าจะอยู่ในศาสนาใด ว่า "บรรดาผู้ศรัทธาจะมีชัยเหนือพวกเจ้า และพวกเจ้าก็จะเสียชีวิตในสภาพที่ปฏิเสธศรัทธา และอัลลอฮจะรวบรวมพวกเจ้าไว้ในนรกญะฮันนัม และมันเป็นที่นอนที่เลวร้ายสำหรับพวกเจ้า"
แท้จริงได้มีสิ่งที่เป็นข้อพิสูจน์และเป็นบทเรียนแก่พวกเจ้าแล้ว ในเหตุการณ์ที่สองกลุ่มได้เผชิญหน้ากันในสงครามบัดร์ กลุ่มหนึ่งคือกลุ่มผู้ศรัทธา นั่นคือกลุ่มของท่านเราะสูล (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) และบรรดาสาวกของท่าน ซึ่งพวกเขาต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮ์เพื่อให้คำของอัลลอฮ์สูงส่ง และให้คำของผู้ปฏิเสธศรัทธาตกต่ำ และอีกกลุ่มเป็นกลุ่มผู้ปฏิเสธศรัทธาแห่งมักกะฮ์ ซึ่งออกมาในสภาพที่ผยองและโอ้อวดและความคลั่งไคล้ในชนเผ่า แท้จริงบรรดาผู้ศรัทธาได้เห็นกับตาว่า พวกข้าศึกนั้นมีจำนวนมากกว่าพวกเขาเป็นสองเท่า จากนั้นอัลลอฮ์ก็ทรงช่วยผู้ที่พระองค์ทรงรัก และอัลลอฮ์ทรงให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ แท้จริงในการนั้นแน่นอนมันเป็นบทเรียนและเป็นอุทาหรณ์แก่บรรดาผู้ที่ตระหนักรู้ เพื่อพวกเขาจะได้รู้ว่าชัยชนะจะเป็นของผู้ศรัทธา แม้ว่าจะมีจำนวนน้อยก็ตาม และความพ่ายแพ้นั้นจะเกิดขึ้นแก่ผู้หลงทางแม้ว่าพวกเขาจะมีจำนวนมากก็ตาม
อัลลอฮ์ได้บอกว่าพระองค์นั้นเป็นผู้ทรงทำสิ่งที่บรรเจิดสำหรับมนุษย์ เพื่อเป็นการทดสอบสำหรับพวกเขา ด้วยความใคร่ต่างๆ ทางโลกดุนยา เช่น ผู้หญิง ลูกชาย ทรัพย์สินที่มากมายที่เป็นทองคำและเงิน ม้าที่ดี และปศุสัตว์หลากหลายชนิด เช่น อูฐ วัว และแพะ และการเพาะปลูก ทั้งหมดนั้นเป็นเพียงปัจจัยของชีวิตแห่งโลกดุนยานี้เท่านั้น มีความสุขกับมันช่วงเวลาหนึ่งแล้วก็จากไป ดังนั้นผู้ศรัทธาไม่ควรไปลุ่มหลงกับมัน และอัลลอฮ์นั้น ณ พระองค์ คือ จุดหมายที่ดี คือสรวงสวรรค์ ซึ่งความกว้างของมันนั้นเท่ากับชั้นฟ้าและแผ่นดิน
จงกล่าวเถิด -โอ้ท่านเราะสูล- จะให้ข้าบอกแก่พวกเจ้าถึงสิ่งที่ดีกว่าความไคร่ต่างๆ เหล่านั้นหรือไม่? สำหรับบรรดาผู้ที่ยำเกรงต่ออัลลอฮ์ด้วยการปฏิบัติตามพระองค์และละทิ้งการทำบาป พวกเขาจะได้รับสรวงสวรรค์ ซึ่งเบื้องล่างของมันมีแม่น้ำหลายสายไหลผ่าน โดยที่พวกเขาจะพำนักอยู่ในนั้นตลอดกาล ซึ่งในนั้นพวกเขาจะไม่ได้สัมผัสถึงความตายและความพินาศ และพวกเขาจะอยู่ในนั้นพร้อมกับบรรดาคู่ครองของพวกเขาที่บริสุทธิ์จากสิ่งไม่ดีทั้งหลาย ทั้งในด้านรูปลักษณ์และจรรยามารยาท และพร้อมกันนั้นพวกเขาจะได้รับความพึงพอใจจากอัลลอฮ์และพระองค์จะไม่เกรี้ยวพวกเขาอีกต่อไป และอัลลอฮ์ทรงเห็นสภาพต่างๆ ของบรรดาบ่าวทั้งหลาย โดยไม่มีสิ่งใดจะซ่อนเร้นจากพระองค์ได้ และพระองค์จะทรงตอบแทนพวกเขาบนฐานการงานของพวกเขา
ชาวสวรรค์เหล่านั้นคือบรรดาผู้ที่กล่าวในการวิงวอนต่อพระผู้อภิบาลของเขาว่า "โอ้พระผู้อภิบาลของเรา แท้จริงเรา เราได้ศรัทธาต่อพระองค์ และต่อสิ่งที่พระองค์ได้ทรงประทานแก่บรรดาเราะสูลของพระองค์ และเราได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระองค์แล้ว ดังนั้นโปรดอภัยให้แก่เราซึ่งสิ่งที่เป็นความผิดต่างๆที่เราได้กระทำไป และโปรดปกป้องเราให้พ้นจากการลงโทษแห่งไฟนรก"
และพวกเขาคือผู้ที่อดทนในการปฏิบัติความดีต่างๆและละทิ้งความชั่ว และอดทนกับบททดสอบต่างๆที่ได้ประสบกับพวกเขา และพวกเขามีความสัตย์จริงในคำพูดและการกระทำ และพวกเขาเชื่อฟังอัลลอฮ์ด้วยการเชื่อฟังที่ครบถ้วนสมบูรณ์ และพวกเขาเป็นผู้บริจาคทรัพย์สมบัติของพวกเขาในหนทางของอัลลอฮ์ และพวกเขาเป็นผู้ขออภัยโทษในยามสุดท้ายของกลางคืน เพราะการวิงวอนในเวลานั้น เป็นการวิงวอนที่ง่ายต่อการถูกตอบรับ และเป็นเวลาที่หัวใจนั้นบริสุทธิ์จากทุกสิ่ง
อัลลอฮ์ทรงยืนยันว่า พระองค์คือพระเจ้าที่ควรแก่การเคารพสักการะอย่างแท้จริง ซึ่งไม่มีผู้ใดที่ควรนอกจากพระองค์เท่านั้น และเหล่านั้นก็ด้วยการยืนยันจากบทบัญญัติต่างๆ ทางศาสนา และข้อพิสูจน์ต่างๆแห่งการสร้างของพระองค์ ที่แสดงถึงความเป็นพระเจ้าที่ควรแก่การกราบไว้อย่างแท้จริงของพระองค์ มลาอิกะฮ์ได้ยืนยัน และบรรดาผู้รู้ก็ยืนยันในสิ่งนี้เช่นกัน ด้วยการอธิบายและการเรียกร้องเชิญชวนสู่การศรัทธาต่อพระองค์เพียงองค์เดียว ดังนั้นทั้งหมดต่างก็ได้ทำการยืนยันต่อสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนั้นคือ การให้เอกภาพต่ออัลลอฮ์เท่านั้นและทรงธำรงความยุติธรรมในการสร้างและยุติธรรมในการบัญญัติศาสนา ไม่มีผู้ใดที่ควรได้รับการเคารพสักการะอย่างแท้จริงนอกจากพระองค์ผู้ทรงเดชานุภาพ ที่ไม่มีผู้ใดเหนือพระองค์ ผู้ทรงปรีชาญาณในการสร้าง การจัดการและการกำหนดกฎเกณฑ์ของพระองค์
แท้จริงศาสนาที่ได้รับการรับรองจากอัลลอฮ์ นั้นคือศาสนาอิสลาม นั่นคือการยอมจำนนต่ออัลลอฮ์เพียงองค์เดียว ด้วยการเชื่อฟังและนอบน้อมต่อพระองค์ด้วยการเป็นบ่าว และศรัทธาต่อบรรดาเราะสูลทั้งหมดจนถึงเราะสูลท่านสุดท้ายคือ มูฮัมมัด ศ็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ที่อัลลอฮทรงให้ท่านเป็นคนสุดท้ายด้วยการจบสานส์ของพระองค์ และพระองค์จะไม่ยอมรับนอกจากศาสนาของท่านเท่านั้น และไม่มีความขัดแย้งใดๆ ที่เกิดขึ้นกับชาวยิวและชาวคริสต์ในศาสนาของพวกเขา และแตกแยกกัน เป็นกลุ่ม เป็นพรรค เว้นแต่หลังจากที่มีข้อยืนยันที่ปรากฎต่อพวกเขา จากความรู้ที่มายังพวกเขาแล้ว แต่อันเนื่องจากความริษยาและความโลภที่มีต่อโลกดุนยาต่างหาก และผู้ใดปฏิเสธโองการของอัลลอฮ์ที่ถูกประทานลงมายังท่านเราะสูลของพระองค์แล้ว ดังนั้น แท้จริงอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงฉับพลันในการชำระสำหรับผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาต่อพระองค์และไม่เชื่อต่อบรรดาเราะสูลของพระองค์
ดังนั้นหากพวกเขาโต้แย้งเจ้า -โอ้ท่านเราะสูล- ในเรื่องสัจธรรมที่ถูกประทานลงมาแก่เจ้า ก็จงตอบพวกเขาไปว่า "ฉันนอบน้อมตัวฉันและบรรดาผู้ปฏิบัติตามฉันจากผู้ศรัทธาทั้งหลายนั้นต่ออัลลอฮแล้ว และจงกล่าว -โอ้ท่านเราะสูล- แก่บรรดาชาวยิวและชาวคริสต์และแก่บรรดาผู้ตั้งภาคี "พวกท่านนอบน้อมต่ออัลลอฮ์ ด้วยความบริสุทธิ์ใจและปฏิบัติตามสิ่งที่ฉันนำมาแล้วหรือ? ถ้าหากพวกเขาได้นอบน้อมต่ออัลลอฮ์และปฏิบัติตามศาสนาของเจ้าแล้ว โดยแน่นอนพวกเขาได้เดินอยู่บนทางนำแล้ว และถ้าหากพวกเขาผินหลังให้ต่ออิสลาม ดังนั้น ไม่มีอะไรสำหรับเจ้า นอกจากการประกาศให้พวกเขาทราบถึงสิ่งที่ถูกส่งมาเท่านั้น และเรื่องของพวกเขาเป็นหน้าที่ของอัลลอฮ์ พระองค์เป็นผู้ทรงเห็นปวงบ่าวทั้งหลายของพระองค์ และพระองค์จะทรงตอบแทนทุกคนตามสิ่งที่พวกเขากระทำ