สารบัญ

Al-Quran

เลือกซูเราะห์

114 ซูเราะห์

Surah 004

อันนิสาอ์ 

บท เหล่าสตรี

Medinan·176 Ayahs
Font2.75rem
4:1

โอ้มนุษย์ทั้งหลาย จงยำเกรงต่อพระเจ้าของพวกเจ้าเถิด พระองค์คือผู้ทรงสร้างพวกเจ้ามาจากหนึ่งชีวิต คืออาดัมผู้เป็นบิดาของพวกเจ้า และพระองค์ได้ทรงสร้างจากอาดัมซึ่งคู่ครองของเขา คือพระนางเฮาวาอ์ผู้เป็นมารดาของพวกเจ้า และพระองค์ได้ทรงแพร่ขยายจากทั้งสองซึ่งมนุษย์ชาติที่เป็นผู้ชายและผู้หญิงอันมากมายทั่วทุกสารทิศบนแผ่นดินนี้ และพวกเจ้าจงยำเกรงต่ออัลลอฮ์ที่พวกเจ้าต่างเรียกร้องสิทธิซึ่งกันและกันด้วยกับ(พระนามของ)พระองค์ โดยกล่าวว่า: ฉันขอร้องด้วย(พระนามของ)อัลลอฮ์ให้เจ้ากระทำสิ่งนี้ และจงยำเกรงการตัดขาดวงเครือญาติที่มีความสัมพันธ์กันระหว่างพวกเจ้า แท้จริงอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงเฝ้าดูพวกเจ้าอยู่เสมอ ดังนั้นไม่มีสิ่งใดจากการงานของพวกเจ้าจะพลาดจากพระองค์ได้ หากแต่พระองค์นั้นจะทรงคิดมันและจะทรงตอบแทนแก่พวกเจ้าตามการงานนั้น

สร้างภาพ
ﭿ4:2

และ (โอ้บรรดาผู้ดูแลเด็กกำพร้า) จงมอบให้แก่บรรดาเด็กกำพร้า (คือบรรดาผู้ที่เสียบิดาโดยที่พวกเขานั้นยังไม่บรรลุศาสนภาวะ) ซึ่งทรัพย์สินของพวกเขาอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ เมื่อพวกเขาบรรลุศาสนภาวะและฉลาด และพวกเจ้าอย่าได้เปลี่ยนเอาของหะรอมแทนด้วยของหะลาล ด้วยการที่พวกเจ้าเอาทรัพย์ที่ดีของเด็กกำพร้า แล้วให้ทรัพย์ที่เลวของพวกเจ้าแทน และอย่าได้เอาทรัพย์สมบัติของเด็กกำพร้าปะปนกับทรัพย์สมบัติของเจ้า เพราะแท้จริงมันเป็นบาปอันมหันต์ ณ ที่อัลลอฮ์

สร้างภาพ
4:3

และหากพวกเจ้าเกรงว่าจะไม่สามารถให้ความยุติธรรมได้เมื่อพวกเจ้าได้แต่งงานกับบรรดาหญิงกำพร้าที่อยู่ภายใต้การดูแลของพวกเจ้า โดยเกรงว่าจะลดค่าสินสอดที่จำเป็นหรือปฏิบัติไม่ดีแก่พวกนาง ดังนั้นจงอย่าแต่งงานกับพวกนาง แล้วหันมาแต่งงานกับบรรดาหญิงที่ดีที่มิใช่พวกนาง ถ้าหากพวกเจ้าประสงค์ก็จงแต่งงานสองคน หรือสามคน หรือสี่คน แต่ถ้าหากพวกเจ้าเกรงว่าจะไม่สามารถให้ความยุติธรรมระหว่างพวกนางได้ ก็จงจำกัดการแต่งงานกับผู้หญิงคนเดียว หรือจะเข้าหาความสำราญจากทาสหญิงที่อยู่ในความครอบครองของพวกเจ้า เพราะพวกนางจะไม่ได้รับสิทธิต่าง ๆ เหมือนกับที่บรรดาผู้ที่เป็นภรรยาจะได้รับ ฉะนั้นสิ่งที่กล่าวถึงในโองการที่เกี่ยวกับเด็กกำพร้า การจำกัดให้แต่งงานกับผู้หญิงคนเดียว หรือหาความสำราญกับทาสหญิงนั้นมีความใกล้เคียงกว่าที่จะไม่ให้พวกเจ้าอธรรมและโน้มเอียง(ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง)

สร้างภาพ
4:4

และพวกเจ้าจงให้สินสอดแก่บรรดาผู้หญิง(ที่พวกเจ้าแต่งงาน) ซึ่งถือเป็นของขวัญที่บังคับ แต่ถ้าหากพวกนางเห็นชอบด้วยความเต็มใจที่จะมอบส่วนหนึ่งจากสินสอดดังกล่าวแก่พวกเจ้าแล้ว ก็จงบริโภคสิ่งนั้นด้วยความเอร็ดอร่อยและอย่าได้หนักใจในสิ่งนั้นเลย

สร้างภาพ
4:5

และพวกเจ้า (โอ้บรรดาผู้เป็นผู้ปกครองเอ๋ย) อย่าได้ให้ทรัพย์สมบัติแก่บรรดาผู้ที่ใช้จ่ายไม่เป็น ซึ่งทรัพย์สมบัตินี้อัลลอฮ์ได้ทรงทำให้มันเป็นสาเหตุในการอำนวยความสะดวกและการใช้ชีวิตของปวงบ่าว โดยที่พวกเขาเหล่านั้นไม่สามารถที่จะดูแลและจัดเก็บรักษาทรัพย์สินได้ และพวกเจ้าจงให้ใช้จ่ายมันแก่พวกเขา จงให้เครื่องนุ่งห่มแก่พวกเขา จงกล่าววาจาที่ดีแก่พวกเขา และจงให้สัญญาที่ดีแก่พวกเขาว่าพวกเจ้าจะให้ทรัพย์สินของพวกเขากลับคืนเมื่อพวกเขาฉลาดไหวพริบและใช้จ่ายเป็น

สร้างภาพ
ﯿ4:6

และพวกเจ้า (โอ้บรรดาผู้เป็นผู้ปกครองเอ๋ย) จงทดสอบบรรดาเด็กกำพร้า เมื่อพวกเขาใกล้บรรลุศาสนภาวะ ด้วยการให้พวกเขาใช้จ่ายส่วนหนึ่งจากทรัพย์สมบัติของพวกเขา ถ้าหากพวกเขาใช้จ่ายเป็นและเป็นที่แน่ชัดแก่พวกเจ้าถึงความมีไหวพริบของพวกเขา พวกเจ้าก็จงมอบทรัพย์สมบัติของพวกเขาให้แก่พวกเขาทั้งหมดโดยไม่ขาดบกพร่อง และพวกเจ้าอย่าได้กินทรัพย์สมบัติของพวกเขาจนเลยขอบเขตที่อัลลอฮ์ได้ทรงอนุญาตให้แก่พวกเจ้าในยามที่จำเป็น และอย่าได้รีบเร่งในการกินทรัพย์สมบัตินั้น เพราะกลัวว่าพวกเขาจะเอามันไปเมื่อโตขึ้น และผู้ใดในหมู่พวกเจ้าเป็นผู้มั่งมี ก็จงงดเอาทรัพย์สมบัติเด็กกำพร้าเสีย และผู้ใดในหมู่พวกเจ้าเป็นผู้ยากจน ก็จงกินด้วยปริมาณที่เขาจำเป็น และเมื่อพวกเจ้าได้มอบทรัพย์สมบัติของพวกเขาให้แก่พวกเขาหลังจากบรรลุศาสนภาวะและเป็นที่แน่ชัดถึงความมีไหวพริบของพวกเขา พวกเจ้าก็จงให้มีพยานยืนยันในการมอบนั้น เพื่อเป็นการรักษาสิทธิต่าง ๆ และเพื่อป้องกันจากสาเหตุของความขัดแย้ง และเพียงพอแล้วที่อัลลอฮ์ทรงเป็นพยานในเรื่องนั้น และทรงเป็นผู้สอบสวนปวงบ่าวที่มีต่อการงานทั้งหลายของพวกเขา

สร้างภาพ
4:7

สำหรับบรรดาผู้ชายนั้น มีส่วนได้รับจากสิ่งที่บิดามารดาและบรรดาญาติที่ใกล้ชิด เช่น พี่น้องและลุงได้ทิ้งไว้ภายหลังจากที่พวกเขาเสียชีวิต จะได้น้อยหรือจะได้มากก็ตาม และสำหรับบรรดาผู้หญิงนั้น ก็มีส่วนได้รับจากสิ่งที่พวกเขาเหล่านั้นได้ทิ้งไว้เช่นเดียวกัน ซึ่งจะต่างกับยุคสมัยงมงาย(อัลญาฮิลียะฮ์)ที่ห้ามสิทธิของบรรดาผู้หญิงและเด็ก ๆ จากกองมรดก โดยส่วนแบ่ง(มรดก)นี้คือสิทธิที่ได้ถูกแจกแจงอัตราและได้ถูกกำหนดไว้แล้วจากอัลลอฮ์ ตะอาลา

สร้างภาพ
4:8

และเมื่อผู้ที่ไม่มีสิทธิได้รับมรดกที่มาจากบรรดาญาติที่ใกล้ชิด บรรดาเด็กกำพร้า และบรรดาผู้ขัดสนมาร่วมอยู่ด้วยในขณะที่มีการแบ่งมรดก นับเป็นการส่งเสริมอย่างยิ่งให้พวกเจ้ามอบบางส่วนจากทรัพย์สมบัตินั้นให้แก่พวกเขาก่อนที่จะทำการแบ่งด้วยจำนวนที่พวกเจ้าพอใจ เพราะพวกเขามีความปรารถนาต่อสิ่งนั้น และพวกเจ้าได้ทรัพย์สมบัตินั้นมาโดยไม่มีอุปสรรคใด ๆ และพวกเจ้าจงกล่าวแก่พวกเขาด้วยถ้อยคำที่ดี ไม่ใช่ถ้อยคำที่หยาบคาย

สร้างภาพ
ﭿ4:9

และบรรดาผู้ที่หากพวกเขาเสียชีวิตและได้ละทิ้งบรรดาลูกเล็กที่ยังอ่อนแอไว้เบื้องหลังของพวกเขา โดยกลัวว่าบรรดาลูก ๆ จะได้รับความยากลำบากนั้น พวกเขาจงกลัว(อัลลอฮ์)เถิด แล้วจงยำเกรงต่ออัลลอฮ์ในการดูแลบรรดาเด็กกำพร้าที่อยู่ภายใต้การดูแลของพวกเขา ด้วยการไม่อธรรมต่อบรรดาเด็กกำพร้า เพื่อที่อัลลอฮ์จะทรงให้มีผู้ดูแลกระทำดีต่อลูก ๆ ของพวกเขาหลังจากที่พวกเขาได้เสียชีวิต ดั่งที่พวกเขาได้เคยกระทำดี และจงกระทำดีต่อสิทธิของลูก ๆ ของผู้ที่พวกเขาอยู่ร่วมด้วยในตอนที่เขาให้คำสั่งเสีย ด้วยการกล่าวถ้อยคำที่ถูกต้องโดยไม่อธรรมต่อคำสั่งเสียของเขาที่ส่งผลต่อสิทธิของผู้รับมรดกของเขาหลังจากที่เขาได้เสียชีวิต และอย่าได้ปิดกั้นตัวเขาจากความดี ด้วยการละทิ้งคำสั่งเสีย

สร้างภาพ
4:10

แท้จริงบรรดาผู้ที่ฉวยเอาทรัพย์สมบัติของบรรดาเด็กกำพร้า และใช้จ่ายมันอย่างไม่เป็นธรรและก้าวร้าว แท้จริงพวกเขากำลังกินไฟที่กำลังลุกโชนเข้าไปในท้องของพวกเขา และในวันกิยามะฮ์ไฟนรกจะเผ่าไหม้พวกเขา

สร้างภาพ
ﯿ4:11

อัลลอฮ์ได้ทรงสั่งใช้พวกเจ้าในเรื่องมรดกของลูก ๆ ของพวกเจ้า โดยมรดกนั้นจะถูกแบ่งให้แก่พวกเขา สำหรับลูกชายนั้นจะได้รับเท่ากับส่วนได้ของลูกสาวสองคน ถ้าหากผู้ตายมีลูกสาวมากกว่าสองคนโดยที่ไม่มีลูกชายเลย พวกนางก็จะได้สองในสามจากสิ่งที่เขาได้ทิ้งไว้ และถ้าหากมีลูกสาวคนเดียว นางก็จะได้ครึ่งหนึ่งจากสิ่งที่เขาได้ทิ้งไว้ และแต่ละคนจากบิดามารดาของผู้ตายจะได้หนึ่งในหกจากสิ่งที่เขาได้ทิ้งไว้ หากว่าเขานั้นมีลูกชายหรือลูกสาว แต่ถ้าหากผู้ตายไม่มีบุตรและไม่มีผู้รับมรดกคนอื่นนอกจากบิดามารดาของเขาเท่านั้น มารดาจะได้รับหนึ่งในสาม และส่วนที่เหลือจะตกเป็นของบิดาของเขา และถ้าหากผู้ตายมีพี่น้องมากกว่าสองคน จะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงที่ร่วมบิดามารดาเดียวกันหรือไม่ร่วมกัน สำหรับมารดานั้นจะได้หนึ่งในหกดังที่ได้กำหนดไว้ และส่วนที่เหลือจะตกเป็นของบิดาในฐานะผู้ได้รับส่วนที่เหลือ โดยที่พี่น้องจะไม่ได้รับส่วนแบ่งใด ๆ เลย ซึ่งการแบ่งส่วนมรดกนี้ จะมีขึ้นภายหลังจากที่ได้จัดการกับพินัยกรรมที่ผู้ตายได้สั่งเสียมันไว้ โดยมีเงื่อนไขว่า พินัยกรรรมของเขานั้นจะต้องไม่เกินหนึ่งในสามของทรัพย์สมบัติของเขา และภายหลังจากที่ได้ชำระหนี้สินที่เขาติดคนอื่น และแน่นอนอัลลอฮ์ได้ทรงบัญญัติการแบ่งมรดกในรูปแบบดังกล่าว เพราะพวกเจ้าไม่รู้ว่าใครกันเล่า จะเป็นบรรดาบิดาหรือลูก ๆ ที่มีคุณประโยชน์ให้กับพวกเจ้าใกล้มากที่สุดทั้งในโลกนี้และโลกหน้า ซึ่งบางทีผู้ตายอาจจะคิดดีกับทายาทคนหนึ่งของเขา แล้วเขาก็จะมอบทรัพย์สมบัติทั้งหมดของเขาให้กับทายาทนั้น หรืออาจจะคิดร้าย แล้วเขาก็จะห้ามไม่ให้อะไรแก่ทายาทคนนั้น และบางทีสภาพความเป็นจริงอาจจะต่างกับที่ได้คิดไว้ และผู้ที่รู้ยิ่งในเรื่องดังกล่าวคืออัลลอฮ์ที่ไม่มีสิ่งใดจะปกปิดพระองค์ได้ ด้วยเหตุนี้ พระองค์ได้แบ่งส่วนมรดกตามที่ได้แจกแจ้งไว้ และได้ทรงทำให้มันเป็นภาคบังคับเหนือบ่าวทั้งหลายของพระองค์ แท้จริงอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงรอบรู้ที่ไม่มีสิ่งใดจากสิ่งอำนวยประโยชน์ของบ่าวจะปกปิดจากการรอบรู้ของพระองค์ได้ และพระองค์เป็นผู้ทรงปรีชาญาณในการกำหนดบทบัญญัติและบริหารจัดการ

สร้างภาพ
ﭿ4:12

และสำหรับพวกเจ้า(โอ้บรรดาผู้เป็นสามีเอ๋ย)จะได้รับครึ่งหนึ่งของสิ่งที่บรรดาภรรยาของพวกเจ้าได้ทิ้งไว้ ถ้าหากว่าพวกนางนั้นไม่มีบุตร(ทั้งบุตรชายและบุตรสาว)ที่เกิดจากพวกเจ้าหรือคนอื่น แล้วถ้าหากพวกนางมีบุตร(จะเป็นบุตรชายหรือบุตรสาว) พวกเจ้าจะได้รับหนึ่งในสี่จากทรัพย์สมบัติของพวกนางที่ได้ทิ้งไว้ โดยมันจะถูกแบ่งแก่พวกเจ้าหลังจากที่ได้จัดการกับพินัยกรรมและชำระหนี้สินของพวกนางเสียก่อน และสำหรับบรรดาผู้เป็นภรรยาจะได้รับหนึ่งในสี่จากสิ่งที่พวกเจ้าได้ทิ้งไว้ (โอ้บรรดาผู้เป็นสามีเอ๋ย) ถ้าหากว่าพวกเจ้านั้นไม่มีบุตร(ทั้งบุตรชายและบุตรสาว)ที่เกิดจากพวกนางหรือคนอื่น แล้วถ้าหากพวกเจ้ามีบุตร(จะเป็นบุตรชายหรือบุตรสาว) พวกนางจะได้รับหนึ่งในแปดจากสิ่งที่พวกเจ้าได้ทิ้งไว้ โดยมันจะถูกแบ่งแก่พวกนางหลังจากที่ได้จัดการกับพินัยกรรมและชำระหนี้สินของพวกเจ้าเสียก่อน และถ้าหากมีผู้ชายหรือผู้หญิงคนหนึ่งเสียชีวิตโดยที่เขาและนางไม่มีบิดาและบุตร แต่ผู้เสียชีวิตจากทั้งสองนั้นมีพี่น้องชายหรือพี่น้องสาวหนึ่งคนร่วมมารดา ดังนั้นแต่ละคนจากพี่น้องชายหรือพี่น้องสาวร่วมมารดาของเขาจะได้รับหนึ่งส่วนหกดังที่ได้กำหนดไว้ แล้วถ้าหากเขามีพี่น้องชายหรือพี่น้องสาวร่วมมารดามากกว่าหนึ่งคน พวกเขาทุกคนจะได้รับหนึ่งในสามร่วมกันดังที่ได้กำหนดไว้ ซึ่งจะได้รับอย่างเท่าเทียมกันระหว่างพวกเขาทั้งผู้ชายและผู้หญิง โดยพวกเขาจะได้รับส่วนแบ่งของพวกเขาเหล่านี้หลังจากที่ได้จัดการกับพินัยกรรมและชำระหนี้สินของผู้ตายเสียก่อน โดยมีเงื่อนไขว่าพินัยกรรมของเขานั้นจะต้องไม่ส่งผลเสียให้แก่ทายาท เช่น การการทำพินัยกรรมที่มากกว่าหนึ่งในสามของทรัพย์สินของเขา บทบัญญัติในโองการนี้เป็นพันธสัญญาจากอัลลอฮ์โดยมีผลบังคับใช้เหนือพวกเจ้า และอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงรอบรู้ในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อบ่าวของพระองค์ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า และเป็นผู้ทรงขันติไม่รีบเร่งลงโทษผู้ฝ่าฝืน

สร้างภาพ
4:13

ข้อกำหนดที่เกี่ยวกับบรรดาลูกกำพร้าและบุคคลอื่นดังกล่าวนั้นเป็นบทบัญญัติของอัลลอฮ์ที่พระองค์ได้ทรงบัญญัติให้แก่บ่าวของพระองค์เพื่อพวกเขาจะได้ปฏิบัติตาม และผู้ใดเชื่อฟังอัลลอฮ์และเราะสูลของพระองค์ด้วยการน้อมรับคำสั่งใช้และออกห่างจากคำสั่งห้ามต่าง ๆ พระองค์ อัลลอฮ์จะทรงให้เขาเข้าสวนสวรรค์อันหลากหลายที่มีลำน้ำหลายสายไหลผ่านอยู่เบื้องล่างคฤหาสน์ของมัน โดยที่พวกเขาจะพำนักอยู่ในนั้นตลอดกาลอย่างไม่พินาศ และผลตอบแทนของพระเจ้านั้นคือชัยชนะอันใหญ่หลวงซึ่งไม่มีชัยชนะใดจะเปรียบได้

สร้างภาพ
4:14

และผู้ใดฝ่าฝืนอัลลอฮ์และเราะสูลของพระองค์ด้วยการปฏิเสธบทบัญญัติของพระองค์และละทิ้งการปฏิบัติมัน หรือสงสัยเกี่ยวกับมัน และละเมิดขอบเขตที่พระองค์ได้บัญญัติไว้ พระองค์จะทรงให้เขาเข้านรกโดยที่เขาจะพำนักอยู่ในนั้นตลอดกาล และในนรกนั้นเขาจะได้รับการลงโทษอันอัปยศ

สร้างภาพ
4:15

และบรรดาผู้ที่กระทำการผิดประเวณีในหมู่สตรีของพวกเจ้าที่แต่งงานแล้วและยังไม่แต่งงานอีกนั้น พวกเจ้าจงให้มีพยานผู้ชายมุสลิมที่เที่ยงธรรมสี่คนมายืนยันต่อพวกนาง ถ้าหากพวกเขายืนยันถึงการกระทำของพวกนางแล้ว พวกเจ้าจงกักขังพวกนางไว้ในบ้านเพื่อเป็นการลงโทษแก่พวกนาง จนกว่าความตายจะคร่าชีวิตพวกนางไป หรือจนกว่าอัลลอฮ์จะทรงให้มีทางออกอื่นที่มิใช่การกักขัง ซึ่งหลังจากนั้นอัลลอฮ์ได้ทรงชี้แจงทางออกให้แก่พวกเขา โดยได้ทรงบัญญัติการเฆี่ยนหนึ่งรอยทีพร้อมเนรเทศหนึ่งปี สำหรับผู้หญิงที่ยังไม่แต่งงาน และขว้างด้วยหินจนเสียชีวิต สำหรับผู้หญิงที่ผ่านการแต่งงานแล้ว

สร้างภาพ
4:16

และคนสองคน(ชาย-หญิง)ที่กระทำการผิดประเวณี -ทั้งที่แต่งงานแล้วหรือยังไม่แต่งงานอีก- นั้น พวกเจ้าจงลงโทษทั้งสองด้วยคำพูดและการกระทำที่ทำให้เกิดการดูหมิ่นและการหยุดยั้ง แล้วหากทั้งสองสำนึกผิดจากสภาพที่ทั้งสองเป็นอยู่และการงานต่าง ๆ ของทั้งสองปรับตัวดีขึ้น พวกเจ้าจงละทิ้งการทำร้ายทั้งสอง เพราะผู้เตาบะฮ์(กลับเนื้อกลับตัว)จากการกระทำบาปเสมือนกับว่าเขานั้นไม่มีบาป แท้จริงอัลลอฮ์เป็นทรงผู้อภัยโทษยิ่งแก่ปวงบ่าวของพระองค์ที่เตาบะฮ์ และเป็นผู้ทรงเมตตาต่อพวกเขา ซึ่งการจำกัดการลงโทษด้วยรูปแบบดังกล่าวนี้มีอยู่ในช่วงแรกของอิสลาม แล้วหลังจากนั้นมันถูกยกเลิกด้วยการเฆี่ยนและเนรเทศผู้ที่ยังไม่ได้แต่งงาน และขว้างหินผู้ที่ผ่านการแต่งงานแล้วจนเสียชีวิต

สร้างภาพ
ﭿ4:17

แท้จริงอัลลอฮ์จะทรงตอบรับการสำนึกผิดของบรรดาผู้ที่ล่วงเกินกระทำบาปและฝ่าฝืนโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ถึงบทลงโทษและความชั่วของมัน -และนี่ถือเป็นกรณีของผู้กระทำบาปที่เจตนาหรือไม่ได้เจตนา- แล้วหลังจากนั้นพวกเขากลับเนื้อกลับตัวต่อพระเจ้าของพวกเขาก่อนประสบกับความตาย พวกเขาเหล่านั้นอัลลอฮ์จะทรงตอบรับการสำนึกผิดของพวกเขา และพระองค์จะทรงยกโทษความชั่วทั้งหลายของพวกเขา และอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงรอบรู้ถึงสถานะของสิ่งถูกสร้างทั้งหมด และพระองค์เป็นผู้ทรงปรีชาญาณในการกำหนดและการบัญญัติมัน

สร้างภาพ
4:18

และอัลลอฮ์จะไม่ทรงตอบรับการสำนึกผิดของบรรดาผู้ที่ยึดติดอยู่กับการกระทำบาปตลอดโดยที่พวกเขาไม่สำนึกผิดจากการกระทำบาปดังกล่าวจนกระทั่งพวกเขาใกล้จะตาย แล้วเมื่อนั้นคนหนึ่งจากพวกเขาจะกล่าวว่า: แท้จริงบัดนี้ฉันได้สำนึกผิดแล้ว จากบาปที่ฉันได้ฝ่าฝืนกระทำมันไป และอัลลอฮ์จะไม่ทรงตอบรับ -เช่นกัน- การสำนึกผิดของบรรดาผู้ที่ตายในสภาพที่ปฏิเสธศรัทธา พวกเขาเหล่านั้นที่ยึดติดอยู่กับการกระทำบาปตลอด และที่ตายในสภาพที่ปฏิเสธศรัทธา เราได้เตรียมการลงโทษอันเจ็บแสบให้แก่พวกเขาไว้แล้ว

สร้างภาพ
4:19

โอ้บรรดาผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และปฏิบัติตามเราะสูลของพระองค์ทั้งหลาย ไม่อนุญาตให้พวกเจ้าเอาบรรดาภรรยาของบิดาของพวกเจ้าและเครือญาติใกล้ชิดของพวกเจ้ามาเป็นมรดกเหมือนทรัพย์สิน และจัดการกับพวกนางด้วยการแต่งงานกับพวกนาง หรือให้พวกนางแต่งงานกับคนใดคนหนึ่งที่พวกเจ้าปรารถนา หรือห้ามพวกนางไม่ให้แต่งงาน และไม่อนุญาตให้พวกเจ้าขัดขวางบรรดาภรรยาของพวกเจ้าที่พวกเจ้าไม่ชอบเพื่อเป็นการทำร้ายพวกนาง จนทำให้พวกนางต้องสละให้แก่พวกเจ้าด้วยบางส่วนจากสินสอดและอื่น ๆ ที่พวกเจ้าได้ให้พวกนางไป เว้นแต่พวกนางจะกระทำสิ่งลามกอันชัดแจ้ง เช่น การผิดประเวณี ดังนั้นเมื่อใดที่พวกนางได้กระทำดังกล่าว ก็อนุญาตให้พวกเจ้าขัดขวางและกดดันพวกนาง จนกว่าพวกนางจะคืนกลับในสิ่งที่พวกเจ้าได้เคยให้แก่พวกนาง และพวกเจ้าจงอยู่ร่วมกับบรรดาภรรยาของพวกเจ้าด้วยดี โดยงดการทำร้ายและมุ่งมั่นทุ่มเทในการทำดี ถ้าหากพวกเจ้าเกลียดพวกนางในเรื่องที่เกี่ยวกับดุนยา ก็จงอดทนต่อพวกนางเถิด อาจเป็นไปได้ว่าอัลลอฮ์จะทรงให้มีความดีอันมากมายทั้งในโลกนี้และโลกหน้าในสิ่งที่พวกเจ้าไม่พอใจกัน

สร้างภาพ
4:20

และถ้าหากพวกเจ้า (โอ้บรรดาผู้เป็นสามีเอ๋ย) ต้องการจะหย่าภรรยา และแต่งงานกับภรรยาอื่นมาแทนนาง ก็ไม่ถือว่าเป็นความผิดแก่พวกเจ้าในเรื่องดังกล่าว และถ้าหากว่าพวกเจ้าได้ให้ทรัพย์สินอันมากมายที่เป็นสินสอดแก่นางที่พวกเจ้าตั้งใจจะหย่ากับนางแล้ว ก็ไม่อนุญาตให้พวกเจ้ายึดเอาสิ่งใดจากทรัพย์สินนั้นกลับคืนมา แล้วถ้าหากพวกเจ้ายึดเอาสิ่งที่พวกเจ้าได้ให้แก่พวกนางกลับคืนมา จะถือว่าเป็นการทำร้ายและกระทำบาปอันชัดแจ้ง

สร้างภาพ
End · Surah 4