Al-Quran
เลือกซูเราะห์
Surah 005
อัลมาอิดะฮฺ
บท สำรับอาหาร
โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย จงซื่อสัตย์และรักษาสัญญาต่างๆ ที่มีระหว่างพวกเจ้ากับอัลลอฮฺ และระหว่างพวกเจ้ากันเองอย่างสมบูรณ์เถิด แท้จริง (ด้วยความเมตตาของพระองค์) พระองค์ได้ให้สัตว์ประเภทปศุสัตว์ (อูฐ วัว แพะ แกะ) เป็นที่อนุมัติแก่พวกเจ้าแล้ว นอกจากสิ่งที่ถูกอ่านให้แก่พวกเจ้าว่ามันเป็นที่ต้องห้ามและสัตว์ป่าที่ได้จากการล่าในขณะที่พวกเจ้าอยู่ในพิธีหัจญ์หรืออุมเราะฮฺ แท้จริงอัลลอฮฺนั้นทรงตัดสินชี้ขาดในการให้อนุมัติและห้ามตามหิกมะฮฺของพระองค์ ดังนั้นไม่มีผู้ใดสามารถบังคับพระองค์และคัดค้านคำตัดสินของพระองค์ได้
โอ้บรรดาผู้ศรัทธา จงอย่าละเมิดสัญลักษณ์ของอัลลอฮ์ที่พระองค์ทรงสั่งใช้พวกเจ้าให้เทิดทูน และจงหยุดจากการกระทำที่ต้องห้ามในขณะที่ครองอิห์รอม เช่นการสวมใส่เสื้อผ้าที่ตัดเย็บ และสิ่งต้องห้ามต่าง ๆ ที่อยู่ในแผ่นดินหะรอม เช่น การล่าสัตว์ และอย่าละเมิดเกียรติของเดือนต้องห้าม(ซุลกิอ์ดะฮ์ ซุลหิจญะฮ์ มุหัรร็อม และเราะญับ) อย่ารบกวนสัตว์ฮัดย์ด้วยการปล้นหรือด้วยวิธีใดก็ตาม หรือสกัดมันไม่ให้มันถึงที่ของมัน และรบกวนสัตว์ที่ถูกสวมเครื่องหมายไว้ที่คอเพื่อเป็นสัตว์ฮัดย์และอย่ารบกวนผู้คนที่มาเยี่ยมบ้านของอัลลอฮ์ ในขณะที่พวกเขากำลังแสวงหาความโปรดปราน และเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าของพวกเขา และเมื่อพวกเจ้าเสร็จสิ้นการแสวงบุญแล้วไม่ว่าจะเสร็จสิ้นจากการทำหัจญ์หรืออุมเราะฮ์ และได้ออกจากหะรอมแล้ว ดังนั้นก็อนุญาตให้ออกล่าสัตว์ได้หากพวกเจ้าต้องการ และอย่าให้พวกเจ้าเกลียดชังคนใด ๆ เพราะพวกเขากีดกันพวกเจ้าจากมัสยิดิลหะรอม ส่งเสริมให้พวกเจ้าปฏิบัติต่อพวกเขาในทางที่ผิด และโปรดให้การสนับสนุนในการทำความดีและความกตัญญูและละทิ้งความชั่ว และอย่าให้การสนับสนุนในการทำบาปและการฝ่าฝืน ความเป็นศัตรูระหว่างกันที่เกิดขึ้นกับชีวิต ทรัพย์สิน และเกียรติ์ และจงยำเกรงอัลลอฮ์ด้วยการยึดมั่นกับการเชื่อฟังปฏิบัติ และห่างไกลจากการเนรคุณต่อพระองค์ แท้จริงอัลลอฮ์นั้นทรงเข้มงวดยิ่งในการลงโทษ ดังนั้นพวกเจ้าจงระวังการลงโทษของพระองค์
อัลลอฮ์ได้ทรงห้ามแก่พวกเจ้าซึ่งสัตว์ที่ตายเองโดยมิได้เชือด พระองค์ทรงห้ามเลือดที่ไหลออกขณะเชือด เนื้อสุกร สัตว์ที่ถูกเชือดโดยการใช้นามอื่นจากอัลลอฮ์ สัตว์ที่ถูกรัดคอตาย สัตว์ที่ถูกตีตาย สัตว์ที่ตกจากที่สูงตาย สัตว์ที่ถูกขวิดตาย และสัตว์ที่ถูกสัตว์ร้ายกัดกิน เช่น สิงโต เสือ หมาป่า นอกเสียจากสัตว์เหล่านี้ยังมีชีวิตอยู่แล้วพวกเจ้าทันเชือดมัน (ตามศาสนบัญญัติ) มันก็จะเป็นที่อนุมัติแก่พวกเจ้า และพระองค์ยังทรงห้ามแก่พวกเจ้าซึ่งสัตว์ที่ถูกเชือดเพื่อถวายให้แก่เทวรูปต่าง ๆ พระองค์ทรงห้ามการเสี่ยงทายด้วยก้อนหินหรือลูกธนูที่มีเขียนว่า (จงทำ) และ (ห้ามทำ) แล้วจะกระทำตามที่หยิบมาได้ การกระทำต้องห้ามทั้งหมดนี้ถือเป็นการออกนอกกรอบจากการเชื่อฟังพระองค์อัลลอฮ์ วันนี้ (วันอะเราะฟะฮ์ ในปีที่ 10 ฮิจเราะฮ์ศักราช) บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาได้สิ้นหวังที่จะให้พวกเจ้าออกจากศาสนาอิสลามแล้ว เนื่องด้วยพวกเขาเห็นความเข้มแข็งของศาสนาอิสลาม ดังนั้นพวกเจ้าจงอย่ากลัวพวกเขา และจงกลัวข้าเพียงพระองค์เดียว วันนี้ข้าได้ให้ศาสนาของพวกเจ้าสมบูรณ์แก่พวกเจ้าแล้ว ซึ่งหมายถึงศาสนาอิสลาม ข้าได้ให้ความโปรดปรานของข้าครบถ้วนทั้งภายนอกและภายในแก่พวกเจ้าด้วยเช่นกัน และข้าก็ได้เลือกอิสลามให้เป็นศาสนาแก่พวกเจ้า ดังนั้นจงอย่าเอาศาสนาอื่นนอกจากอิสลาม ผู้ใดอยู่ในสภาพที่คับขันจำเป็นต้องกิน (สัตว์ดังกล่าว) ที่ตายเองเนื่องด้วยความหิวโหยโดยมิได้จงใจกระทำบาป ก็จะไม่มีบาปใด ๆ แก่เขา แท้จริงอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงอภัยโทษ ผู้ทรงเมตตาเสมอ
โอ้ท่านเราะซูล บรรดาเศาะหาบะฮฺของเจ้าจะถามเจ้าว่า อัลลอฮฺได้อนุมัติอาหารอะไรบ้างแก่พวกเขา จงกล่าวเถิด โอ้ท่านเราะซูล ว่า อัลลอฮฺได้อนุมัติแก่พวกเจ้าซึ่งอาหารที่ดีทั้งหลายและเหยื่อที่สัตว์ล่าเนื้อที่มีเล็บเขี้ยว เช่น สุนัข เสือดาว เหยี่ยว เป็นต้น ได้ล่าให้แก่พวกเจ้า โดยที่พวกเจ้าได้สอนมันไว้เกี่ยวกับการล่าสัตว์ด้วยความรู้และวิธีการที่อัลลอฮฺได้โปรดปรานให้แก่พวกเจ้า จนกระทั่งมันสามารถกระทำในสิ่งที่ถูกสั่งใช้และหยุดยั้งในสิ่งที่ถูกสั่งห้ามได้ ดังนั้นพวกเจ้าจงกินเหยื่อที่มันล่ามาได้แม้กระทั่งมันจะฆ่าเหยื่อนั้นก็ตาม และจงกล่าวพระนามของอัลลอฮฺตอนที่ปล่อยมันออกไปล่าเหยื่อ และจงเกรงกลัวอัลลอฮฺด้วยการปฏิบัติตามคำสั่งใช้ของพระองค์และหยุดยั้งตามคำสั่งห้ามของพระองค์ แท้จริงพระองค์นั้นเป็นผู้ทรงรวดเร็วในการสอบสวนการงาน
วันนี้อัลลอฮฺได้อนุมัติให้พวกเจ้ากินอาหารดีๆ ทั้งหลาย อมุมัติให้พวกเจ้ากินอาหารที่เชือดโดยชาวคัมภีร์ทั้งที่เป็นชาวยิวและชาวคริสต์ และอาหารที่พวกเจ้าเชือดก็เป็นที่อนุมัติแก่พวกเขาเช่นกัน พระองค์ได้อนุมัติให้พวกเจ้าแต่งงานกับบรรดาสตรีผู้ศรัทธาที่อิสระบริสุทธิ์ และบรรดาสตรีที่อิสระบริสุทธิ์ที่มาจากผู้ที่ได้รับคำภีร์ก่อนหน้าเจ้าทั้งที่เป็นชาวยิวและชาวคริสต์ หากพวกเจ้าได้มอบมะหัรฺ (ค่าสินสอด) แก่พวกนาง โดยที่พวกเจ้าสงวนตัวจากการปฏิบัติในสิ่งที่ไม่ดี มิใช่เป็นการเล่นแฟนกระทำซินากับพวกนาง และผู้ใดปฏิเสธบทบัญญัติต่างๆที่อัลลอฮฺได้บัญญัติไว้ให้กับบ่าวของพระองค์ แน่นอนการงานของเขาถูกโมฆะไร้ผล เนื่องจากขาดเงื่อนไขการศรัทธา ขณะเดียวกันในวันกิยามะฮฺเขาอยู่ในหมู่ผู้ขาดทุน เนื่องจากต้องเข้าอยู่ในนรกตลอดกาล
โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย หากพวกเจ้าต้องการจะดำรงการละหมาดในขณะที่พวกเจ้าอยู่ในสภาพที่มีหะดัษเล็ก (หมายถึง ไม่มีน้ำละหมาด) ก็จงอาบน้ำละหมาดด้วยการล้างใบหน้าของพวกเจ้า ล้างมือทั้งสองของพวกเจ้าจนถึงข้อศอก ลูบศรีษะของพวกเจ้า และล้างเท้าทั้งสองของพวกเจ้าจนถึงตาตุ่ม และหากพวกเจ้ามีหะดัษใหญ่ (หมายถึง มีญะนาบะฮฺด้วยการสมสู่กับภรรยา หรือฝันเปียก หรือหมดประจำเดือน) ก็จงอาบน้ำชำระร่างกายยกหะดัษใหญ่ให้สะอาด และหากพวกเจ้าป่วยกลัวอาการเพิ่มขึ้นหรือหายช้าลง หรืออยู่ในการเดินทางขณะที่มีสุขภาพดี หรือมีหะดัษเล็กด้วยการขับถ่าย เป็นต้น หรือมีหะดัษใหญ่ด้วยการสมสู่กับภรรยา แล้วพวกเจ้าไม่มีน้ำที่จะชำระทำความสะอาดหลังจากที่ได้หามาแล้ว พวกเจ้าจงมุ่งสู่พื้นดิน (ทำตะยัมมุม) โดยการเอามือของพวกเจ้าแตะบนพื้นดิน แล้วลูบใบหน้าและมือของพวกเจ้าจากดินนั้น อัลลอฮฺนั้นไม่ทรงประสงค์จะให้พวกเจ้าลำบากด้วยการบังคับให้พวกเจ้าใช้น้ำที่จะนำไปสู่อันตรายแก่พวกเจ้า ดังนั้นพระองค์จึงได้บัญญัติสิ่งทดแทนขณะที่ไม่สามารถจะใช้น้ำได้ เนื่องจากการป่วยหรือไม่มีน้ำใช้ เพื่อเป็นการต่อเติมความกรุณาของพระองค์ให้ครบถ้วนแก่พวกเจ้า หวังว่าพวกเจ้าจักขอบคุณและไม่เนรคุณต่อความกรุณาของพระองค์ที่มีต่อพวกเจ้า
และจงรำลึกถึงความกรุณาของอัลลอฮฺที่มีต่อพวกเจ้าที่ให้ทางนำสู่อิสลาม และจงรำลึกถึงสัญญาของพระองค์ที่ได้ทำไว้กับพวกเจ้าขณะที่พวกเจ้าให้สัตยาบันแก่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺอลัยฮิวะซัลลัม ว่าจะเชื่อฟังและปฏิบัติตามทั้งในเรื่องที่ (พวกเจ้า) พอใจและไม่พอใจ ว่า พวกเราเชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่งของท่านแล้ว และจงยำเกรงต่ออัลลอฮฺด้วยการปฏิบัติตามคำสั่งใช้ของพระองค์ เช่น สัญญาต่างๆ ของพระองค์ และห่างไกลจากคำสั่งห้ามของพระองค์ แท้จริงพระองค์นั้นเป็นผู้ทรงรอบรู้ทุกสิ่งที่อยู่ในหัวใจ ดังนั้นไม่มีสิ่งใดสามารถซ่อนเร้นไปจากพระองค์ได้
โอ้บรรดาผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮฺและเราะซูลของพระองค์ จงเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ต่ออัลลอฮฺด้วยความบริสุทธิ์ใจ เป็นพยานด้วยความยุติธรรมไม่ใช่ด้วยความอธรรม และอย่าให้การเกลียดชังกลุ่มชนใดกลุ่มชนหนึ่งทำให้พวกเจ้าต้องละทิ้งความยุติธรรม เพราะความยุติธรรมจำเป็นต้องมีให้กับเพื่อนพ้องและศัตรู ดังนั้นจงยุติธรรมกับทั้งสองกลุ่มนี้ เพราะความยุติธรรมมันจะอยู่ใกล้กับการเกรงกลัวอัลลอฮฺมากกว่า และความอธรรมมันจะอยู่ใกล้กับการล่วงละเมิดต่อพระองค์มากกว่า และจงเกรงกลัวอัลลอฮฺด้วยการปฏิบัติตามคำสั่งใช้ของพระองค์และห่างไกลจากคำสั่งห้ามของพระองค์ แท้จริงพระองค์นั้นเป็นผู้ทรงรอบรู้อย่างละเอียดในสิ่งที่พวกเจ้ากระทำกัน ไม่มีการงานใดที่สามารถซ่อนเร้นไปจากพระองค์ได้ และพระองค์จะทรงตอบแทนการงานของพวกเจ้าทั้งหมด
และอัลลอฮฺ (พระองค์ที่ไม่เคยผิดสัญญา) ได้สัญญากับบรรดาผู้ศรัทธาต่อพระองค์ ศรัทธาต่อบรรดาเราะซูลของพระองค์ และปฏิบัติคุณงามความดีต่างๆ ด้วยการให้อภัยต่อบาปต่างๆของพวกเขา และด้วยการให้ผลบุญอันยิ่งใหญ่ นั้นก็คือการได้เข้าสรวงสวรรค์ของพระองค์นั่นเอง
และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮฺ และไม่เชื่อต่อโองการต่างๆ ของพระองค์ ชนเหล่านั้นคือชาวนรก เพื่อเป็นการลงโทษเนื่องด้วยการปฏิเสธศรัทธาและการไม่เชื่อของพวกเขา พวกเขาจะอยู่กับการลงโทษตลอดกาล ดั่งที่เพื่อนจะอยู่กับเพื่อนของเขาตลอดกาล
โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย จงรำลึกด้วยจิตใจและลิ้นของพวกเจ้าถึงความกรุณาของอัลลอฮฺที่มีต่อพวกเจ้า เช่น ความสงบปลอดภัยและสร้างความกลัวเกิดขึ้นในจิตใจของศัตรูขณะที่พวกเขาเจตนายื่นมือเข้าโจมตีพวกเจ้าและทำลายพวกเจ้า แล้วอัลลอฮฺก็ได้ทรงยับยั้งพวกเขาและปกป้องให้พวกเจ้าปลอดภัยจากการทำร้ายของพวกเขา และจงเกรงกลัวอัลลอฮฺด้วยการปฏิบัติตามคำสั่งใช้ของพระองค์และห่างไกลจากคำสั่งห้ามของพระองค์ และแด่อัลลอฮฺเท่านั้นที่บรรดาผู้ศรัทธาต้องมอบหมายเพื่อให้ได้มาซึ่งประโยชน์แห่งโลกนี้และโลกหน้า
และแท้จริงอัลลอฮฺได้ทรงทำสัญญาอันหนักแน่นกับลูกหลานอิสรออีล ดังที่จะกล่าวไว้ต่อไปนี้ และเราได้แต่งตั้งหัวหน้าขึ้นมาในหมู่ของพวกเขาสิบสองคน ซึ่งทุกคนจะทำหน้าที่ดูแลผู้ที่อยู่ภายใต้การดูแลของเขา และอัลลอฮฺได้กล่าวกับลูกหลานอิสรออีลว่า แท้จริงข้านั้นจะอยู่ร่วมกับพวกเจ้าในการให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนหากพวกเจ้าได้ทำการละหมาดอย่างสมบูรณ์แบบ จ่ายซะกาตทรัพย์สินของพวกเจ้า ศรัทธาต่อบรรดาเราะซูลของข้าทั้งหมดโดยไม่มีการแยกแยะระหว่างพวกเขา ให้เกียรติและสนับสนุนช่วยเหลือพวกเขา บริจาคทรัพย์ในทางที่ดี หากพวกเจ้ากระทำสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด แน่นอนข้าจะลบล้างความชั่วต่างๆ ที่พวกเจ้าได้กระทำไว้ และในวันกิยามะฮฺข้าจะให้พวกเจ้าได้เข้าสรวงสวรรค์ที่มีแม่น้ำไหลผ่านใต้ปราสาทของมัน ดังนั้นผู้ใดที่ปฏิเสธไม่ปฏิบัติตามสัญญาอันหนักแน่นที่เขาได้ทำไว้นี้ แน่นอนเขาได้ออกห่างจากหนทางอันเที่ยงตรงในสภาพที่รู้เรื่องและตั้งใจ
และเนื่องด้วยการทำลายสัญญาของพวกเขา เราได้ทำให้พวกเขาห่างไกลจากความเมตตาของเรา ให้จิตใจของพวกเขาแข็งกระด้างที่ความดีไม่สามารถเข้าไปได้ และคำตักเตือนไม่สามารถให้ประโยชน์มันได้ พวกเขากระทำการบิดเบือนถ้อยคำต่างๆ ออกจากตำแหน่งของมันด้วยการเปลี่ยนสำนวนประโยคและอธิบายความหมายให้สอดคล้องกับอารมณ์ความต้องการของพวกเขา และพวกเขาไม่สนใจต่อบางสิ่งที่พวกเขาได้ถูกตักเตือนไป โอ้ท่านเราะซูล เจ้าจะยังคงเห็นการบิดพลิ้วของพวกเขาที่มีต่ออัลลอฮฺและบรรดาบ่าวผู้ศรัทธาของพระองค์ นอกจากเพียงเล็กน้อยเท่านั้นในหมู่ของพวกเขาที่ปฏิบัติตามสัญญาที่พวกเขาได้กระทำไว้ ดังนั้นเจ้าจงอภัยและอย่าได้เอาผิดพวกเขา และยกโทษให้พวกเขา เพราะสิ่งเหล่านั้นเป็นส่วนหนึ่งของการกระทำความดี และอัลลอฮฺก็ทรงชอบผู้กระทำความดีทั้งหลาย
ดังที่เราได้เคยทำสัญญาอันหนักแน่นกับชาวยิวแล้ว เราก็ได้เอาสัญญากับชาวคริสต์ที่ยกย่องพวกเขาเองว่าเป็นสาวกของท่านนบีอีซา อลัยฮิสสลาม แต่แล้วพวกเขาก็ละทิ้งการกระทำบางส่วนที่พวกเขาได้ถูกเตือนไว้ดังที่บรรพบุรุษของพวกเขาที่เป็นชาวยิวได้กระทำมาก่อน และเราก็ได้ให้ความเป็นศัตรูและการเกลียดชังเกิดขึ้นระหว่างพวกเขาตลอดจนถึงวันสิ้นโลก จนทำให้พวกเขาต้องทะเลาะฆ่ากันเอง และกลุ่มหนึ่งได้กล่าวหาอีกกลุ่มหนึ่งว่า "พวกเจ้าได้ปฏิเสธศรัทธา" และอัลลอฮฺจะทรงบอกและตอบแทนพวกเขาเหล่านั้นในสิ่งที่พวกเขาได้กระทำไว้
โอ้บรรดาชาวคัมภีร์ทั้งหลายทั้งที่เป็นยิวผู้เป็นเจ้าของคัมภีร์อัตเตารอตและชาวคริสต์ผู้เป็นเจ้าของคัมภีร์อัลอินญีล แท้จริงเราะซูลของเรามุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺอลัยฮิวะซัลลัม ได้มายังพวกเจ้าแล้ว โดยที่เขาจะแจกแจงซึ่งสิ่งต่างๆ มากมายที่พวกเจ้าได้ปกปิดมันไว้ในคัมภีร์ที่ถูกประทานลงมายังพวกเจ้า และเขาจะระงับไม่เปิดเผยซึ่งสิ่งต่างๆ มากมายที่ไม่มีผลประโยชน์ใดๆ นอกจากจะเป็นการประจานพวกเจ้า และแน่นอนอัลกุรอ่านซึ่งเป็นคัมภีร์จากอัลลอฮฺได้มายังพวกเจ้าแล้ว มันเป็นคัมภีร์ที่ให้แสงสว่างในการนำทาง และเป็นคัมภีร์ที่แจกแจงทุกสิ่งทุกอย่างที่มนุษย์ต้องการในกิจการของเขาทั้งในโลกนี้และโลกหน้า
อัลลอฮฺจะทรงให้ทางนำด้วยคัมภีร์นี้ แก่ผู้ที่ปฏิบัติตามสิ่งที่พระองค์พึงพอพระทัย เช่น การศรัทธาและปฏิบัติคุณงามความดี ไปสู่แนวทางที่ปลอดภัยจากไฟนรก นั่นก็คือแนวทางที่นำไปสู่สรวงสวรรค์ และจะทรงให้พวกเขาออกจากความมืดมนแห่งการปฏิเสธศรัทธาและบาปต่างๆ ไปสู่แสงสว่างแห่งการศรัทธาและการเชื่อฟังพระองค์ด้วยอนุมัติของพระองค์ และจะทรงนำพวกเขาไปสู่แนวทางอิสลามอันเที่ยงตรง
แน่นอนบรรดาชาวคริสต์ที่กล่าวว่า แท้จริงอัลลอฮฺนั้นคืออัลมะซีหฺ บุตรของมัรยัม พวกเขาได้ปฏิเสธศรัทธาแล้ว (โอ้ท่านเราะซูล) จงกล่าวแก่พวกเขาเถิดว่า มีผู้ใดบ้างที่สามารถยับยั้งอัลลอฮฺได้ หากพระองค์ต้องการจะทำลายอัลมะซีหฺ บุตรของมัรยัม มารดาของท่าน และผู้คนทั้งหมดในโลกนี้ และเมื่อไม่มีผู้ใดสามารถยับยั้งพระองค์ในเรื่องดังกล่าวได้ มันก็บ่งบอกว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ควรได้รับการเคารพอิบาดะฮฺนอกจากอัลลอฮฺเพียงพระองค์เดียวเท่านั้น และทั้งหมดทั้งอีซาบุตรของมัรยัม มารดาของท่าน และสรรพสิ่งทั้งหลายล้วนเป็นสิ่งที่อัลลอฮฺสร้างทั้งสิ้น และกรรมสิทธิ์แห่งชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินและสิ่งที่อยู่ระหว่างทั้งสองนั้นเป็นของอัลลอฮ์ พระองค์จะทรงสร้างสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์ และจากผู้ที่พระองค์ได้ประสงค์สร้างนั้น เช่น อีซา อลัยฮิสสลาม โดยที่ท่านเป็นบ่าวและเราะซูลของพระองค์ พระองค์มีความสามารถเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง
ชาวยิวและชาวคริสต์กล่าวอ้างว่า พวกเราเป็นบุตรของอัลลอฮฺและเป็นที่รักของพระองค์ โอ้ท่านเราะซูล จงกล่าวตอบพวกเขาเถิดว่า แล้วไฉนเล่าพระองค์จึงได้ลงโทษพวกเจ้าด้วยเพราะบาปที่พวกเจ้าได้กระทำไว้?! หากพวกเจ้าเป็นที่รักของพระองค์จริงตามที่พวกเจ้าได้กล่าวอ้าง แน่นอนพระองค์จะไม่ลงโทษพวกเจ้าด้วยการฆ่าและเปลี่ยนรูปพวกเจ้าให้เป็นสัตว์ในโลกนี้ และจะไม่ลงโทษพวกเจ้าในโลกหน้า เพราะพระองค์จะไม่ลงโทษผู้ที่พระองค์รัก แต่พวกเจ้าเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาเหมือนกับมนุษย์ทั่วๆไป ผู้ใดที่ปฏิบัติความดี พระองค์ก็จะตอบแทนเขาด้วยสรวงสวรรค์ และผู้ใดที่ปฏิบัติชั่วพระองค์ก็จะลงโทษเขาด้วยไฟนรก ซึ่งพระองค์จะทรงอภัยโทษแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ด้วยความกรุณาของพระองค์ และจะทรงลงโทษผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ด้วยความยุติธรรมของพระองค์ และกรรมสิทธิ์แห่งบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดินและสิ่งที่อยู่ระหว่างทั้งสองเป็นของอัลลอฮฺเพียงผู้เดียว และยังพระองค์เท่านั้นที่ทุกคนต้องกลับไป
โอ้บรรดาชาวคัมภีร์ทั้งที่เป็นยิวและคริสต์ทั้งหลาย แท้จริงเราะซูลของเรามุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺอลัยฮิวะซัลลัม ได้มายังพวกเจ้าแล้วหลังจากที่ได้ถูกตัดขาดจากบรรดาเราะซูลและจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องส่งเราะซูลมา ทั้งนี้เพื่อไม่อยากให้พวกเจ้าต้องมาแก้ตัวว่า ไม่มีเราะซูลสักคนมายังพวกเราที่แจ้งข่าวดีเกี่ยวกับผลบุญของอัลลอฮฺและเตือนการลงโทษของพระองค์ ดังนั้นแน่นอนเราะซูลมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺอลัยฮิวะซัลลัม ได้มายังพวกเจ้าแล้วโดยแจ้งข่าวดีเกี่ยวกับผลบุญและเตือนถึงการลงโทษของพระองค์ และพระองค์มีความสามารถเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่มีสิ่งใดสามารถสกัดกั้นพระองค์ได้ และหนึ่งในความสามารถของพระองค์นั้นคือการส่งบรรดาเราะซูลมา และสิ้นสุดด้วยมูฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺอลัยฮิวะซัลลัม
โอ้ท่านเราะซูล และจงรำลึกเถิด ขณะที่มูซาได้กล่าวกับประชาชาติของเขาบะนีอิสรออีลว่า โอ้ประชาชาติของฉัน จงรำลึกด้วยจิตใจและลิ้นของพวกเจ้าซึ่งความโปรดปรานของอัลลอฮฺที่มีต่อพวกเจ้าขณะที่พระองค์ได้ทรงให้มีในหมู่พวกเจ้าซึ่งบรรดานบีที่เชิญชวนพวกเจ้าไปสู่ทางนำ และได้ทรงให้พวกเจ้ามีอำนาจบริหารกิจการของพวกเจ้าเองหลังจากที่พวกเจ้าได้เคยตกเป็นทาสมาก่อน และพระองค์ได้ทรงประทานความโปรดปรานของพระองค์แก่พวกเจ้าในสิ่งที่พระองค์มิเคยประทานให้กับประชาชาติใดมาก่อนในสมัยพวกเจ้า